Home ข้อคิดสอนใจ 7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนสาย เมื่อวัยทำงานไม่ได้เป็นเหมือนที่คิด

7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนสาย เมื่อวัยทำงานไม่ได้เป็นเหมือนที่คิด

19 second read
0
0
132

สำหรับที่จบใหม่ ได้เปลี่ยนช่วงจากวัยเรียน ก้าวเข้าสู่สังคมการทำงาน จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง หลายคนก็ใช้ชีวิตไปได้อย่างราบรื่น ตามที่วางแผนเอาไว้

แต่หลายคนก็ต้องก้าวไปอย่างย ากลำบากสาเหตุหลักๆของชีวิตคนวัยทำงานก็คือ เรื่องการเงิน ที่มักจะมีปัญหากัน การไม่วางแผนทางการเงิน ใช้เงินไม่เป็น เงินเก็บก็ไม่มี และนี่คือสาเหตุ 7 ข้อ ที่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

1. ไม่มีการวางแผนสำหรับอนาคต

หลายคนที่เพิ่งเรียนจบ อายุเพิ่งจะ 20 ต้นๆ รู้สึกว่าการเกษียณนั้น เป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก กว่าจะอายุถึงวัย 60 ก็ยังมีเวลาทำงานเก็บเงินอีกเยอะ ขอใช้ชีวิตแบบที่ต้องการก่อน

และเวลาที่มีคนพูดถึงเรื่องการเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ ก็มักจะไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญกับมันเท่าที่ควรแต่กลับไม่คิดว่า การรู้เร็ว เตรียมตัวก่อน เราก็จะมีเวลามากกว่าคนที่รู้ช้า

หรือเพิ่งคิดได้ว่าต้องมีเงินเก็บสำหรับวัยเกษียณ และยิ่งถ้าเป็นพนักงานเอกชน ที่ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่มีสวัสดิการหรือเงินบำหน็จ บำนาญมาช่วย แล้วชีวิตจะเป็นยังไงตอนแก่

2. ดูถูกการออมเงินทีละน้อย

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การออมเงินทีละน้อยๆ กว่าจะได้เงินเป็นก้อนก็เลยไม่อย ากออม เวลาที่มีคนบอกหลักการว่า ควรออมอย่างน้อย 20% ของเงินเดือนนะ

ก็ชอบบ่นว่า… “เยอะเกิน…ออมขนาดนั้น จะพอกินพอใช้ได้ไง ” พอมีคนแนะนำว่า ถ้าไม่มี ออมทีละน้อยๆก็ได้ เดือนละ 500 ก็ยังดี ก็จะพูดว่า…“น้อยขนาดนั้น เก็บทั้งปีก็ยังได้ไม่ถึงหมื่น “ ไว้ค่อยออมทีเดียวตอนโบนัสออกเลยดีกว่า

สุดท้ายจะมีเยอะหรือมีน้อย ก็ไม่มีเงินเก็บอยู่ดี เพราะมีนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง การออมที่ดี ไม่ได้ดูที่จำนวนเงิน ว่าเก็บได้มากหรือน้อย แต่มันเป็นการ “ฝึกนิสัยรักการออม” แล้วจะทำให้เรามีเงินเก็บไว้ไปต่อยอด สำหรับโอกาสในชีวิตได้

3. ขาช้อป เห็นป้าย s a l e เป็นต้องใช้เงิน

เวลาที่เห็นป้าย s a l e ก็ต้องใจอ่อนทุกที สินค้าลด 50% จากร า ค าปกติ 3000 บาท เหลือ 1,500 บาท และชอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ได้ลดตั้ง 1,500 บาท แต่ในความเป็นจริง

คุณกำลังเสียเงินไป 1500 บาท เพื่อที่จะซื้ อของลดร า ค า ทั้งๆทีบางทีแล้ว ถ้าคุณไม่เห็นป้าย s a l e คุณอาจจะไม่อย ากได้ ไม่อย ากซื้ อเลยก็ได้ เพราะคิดว่ามันแพงไป ยังไม่จำเป็นได้ใช้

หรืออีกประเภทที่ชอบซื้ อของผ่ อ น 0% คิดว่าตัวเองผ่ อ นไหว มือถือเครื่องละ 30,000 บาท ผ่ อ นเดือนละ 3000 เอง พอไปเห็นของชิ้นอื่นผ่ อ น 0% อีก ก็อย ากได้อีก สุดท้ายก็ทับถมใส่กัน จากที่คิดว่าไหว กลายเป็นไม่รอดซะแล้ว

4. ไม่มีระเบียบในการใช้เงิน

หลายคนชอบคิดว่า การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ไม่สำคัญ แล้วก็ใช้เงินไปแบบไม่ระมัดระวัง พอถึงสิ้นเดือนก็มานั่งคิดว่า เงินหายไปไหนหมด ก็ไม่เห็นได้ใช้อะไรมากมายเลย หาต้นตอไม่เจอ

ก็อุดรอยรั่วของกระเป๋าเงินไม่ได้แต่ถ้าเราทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ทุกวัน จะทำให้เรามองเห็นภาพรวมของการใช้เงินของตัวเอง รู้ว่าเดือนนี้ใช้เงินไปกับอะไรบ้ าง และส่วนไหนที่จะทำให้เราลดรายจ่ายได้บ้ าง ก็จะช่วยให้เราจัดการกับการใช้เงินได้อย่างมีระเบียบมากขึ้น และเหลือพอที่จะมีเก็บได้ด้วย

5. ชอบสร้างหนี้ก้อนใหญ่ หนี้ระยะย าว

สมัยนี้คนจบใหม่ สามารถกู้เงินธนาคารได้ง่ายมาก ไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรมากมาย ทำให้ที่จบใหม่อย ากจะมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ตัวเองดูมั่นคง มีบ้ าน มีคอนโด มีรถ แต่กลายเป็นว่า ต้องมีภาระก้อนใหญ่

เป็นหนี้สินระยะย าวโดยเฉพาะบ้ านที่มีด อ ก เ บี้ ยสูงและยังต้องผ่ อ นนานไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี เรียกได้ว่าเกือบจะตลอดชีวิตของการทำงานเลยก็ว่าได้ ที่ต้องหาเงินแต่ละเดือนเพื่อมาผ่ อ นค่าบ้ าน และสิ่งนี้แหละที่ทำให้สุ ข ภ า พทางการเงินของคนจบใหม่ พัฒนาไปช้ามาก ไม่เหลือเงินไว้เก็บหรือเอาไปล ง ทุ น ต่อยอดได้

6. ไม่มีความรู้ด้านการเงิน และไม่ขวยขวายที่จะหา

หากคนไหนมีความคิดที่ว่า “แค่ขยันทำงานก็พอแล้ว…เดี๋ยวก็รวยเอง “ สุดท้ายต้องทำงานไปเกือบเวลาทั้งชีวิตจนร่ า ง ก า ยพัง แต่กลับยังอยู่ที่เดิม เพราะไม่รู้จักการล ง ทุ น ไม่รู้จักวิธีให้เงินทำงาน

สมัยนี้มันมีเครื่องมือที่ช่วยสร้างรายได้ให้เรามากมาย ดีกว่าการเสียเวลาใช้แรงเพื่อแลกกับเงินเดือนมีคำกล่าวที่ว่า…“การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรก สู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักล ง ทุ น “ ใช้แต่แรงทำงาน แต่ไม่รู้จักใช้ความรู้ด้านการเงิน ก็รวยได้ย ากนะ

7. ไม่สร้างเป้าหมายให้ชีวิต

คนไม่มีเป้าหมาย ก็เหมือนคนไม่มีเส้นชัย มองไม่เห็นทาง ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหน ถึงจะประสบความสำเร็จสักที และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน การตั้งเป้าหมาย

ก็เหมือนกับการสร้างทางเดินให้ตัวเอง ให้ตัวเองเห็นเส้นชัยและรู้เส้นทางที่จะเดินไปได้อย่างถูกต้องเราอาจจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็กๆ อย่างเช่น ปีนี้จะเก็บเงินให้ได้ 30,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง กล้าลงมือทำเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในวันข้างหน้า

ที่มา : f a s h i o n s t y l e s s

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สิ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน “ลำบากตอนแก่”

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครคิดเพราะต้องดีลกับปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องค…