Home ข้อคิดสอนใจ 8 เทคนิคเอาชนะ “ความขี้เกียจ” แบบคนฉลาด

8 เทคนิคเอาชนะ “ความขี้เกียจ” แบบคนฉลาด

5 second read
0
0
49

รู้หรือไม่ว่า…ความขี้เกียจ คือ หนึ่งในศั ต รูตัวฉกาจของการใช้ชีวิต ที่จะขัดขวางไม่ให้คุณไปถึงเป้าหมาย เพราะมัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ และหากมันเกาะติดตัวไปนาน ๆ

มันจะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนหยุดนิ่ง เฉื่อยชา จนไม่อย ากจะทำอะไรอีกต่อไป และนี่คือวิธีที่จะทำให้คุณสลัดเจ้าตัวขี้เกียจที่ขัดขวางคุณจากความสำเร็จ

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด

ก่อนที่จะเลิกขี้เกียจ มีสิ่งหนึ่งที่ต้องชัดเจนก่อน คือ “เป้าหมาย” ไม่ใช่มาพูดลอย ๆ คิดลอย ๆ ไปวัน ๆ ต้องทำเป้าหมายให้ชัด สมมติว่า คุณอย ากออกกำลังกายแต่รู้สึกขี้เกียจ ถ้าจะมาป่าวประกาศว่า

“ฉันจะเลิกขี้เกียจออกกำลังกายแล้ว” เชื่อได้เลยว่าอีกสิบนาทีข้างหน้าคุณก็ยังไม่ได้ย้ายตัวเองไปไหน สู้ตั้งเป้าหมายไปเลยว่า คุณจะออกกำลังกายไปเพื่ออะไร แล้วลุกขึ้นไปออกกำลังกายทันที

2. เตรียมร่ า ง ก า ยให้พร้อมเสมอ

เพราะหลาย ๆ ครั้งที่ความขี้เกียจมาถามหาเราก็เพราะว่าร่ า ง ก า ยของเราพักผ่ อ นไม่เพียงพอ อ่อนล้า ไม่มีแรงจะทำอะไร เพราะฉะนั้นเตรียมร่ า ง ก า ยและส ม อ งของคุณให้พร้อม ทานอ า ห า ร ที่มีประโยชน์และพักผ่ อ นให้เพียงพอ

3. เลิกหลอกตัวเอง

หลังจากเป้าหมายชัด คุณก็ต้องเลิกหลอกตัวเองว่า เราเก่ง เราดี เราเลิศ เพราะถ้าเราไม่พิจารณาตัวเองบนหลักความเป็นจริงแล้ว เราก็จะทำอะไรเกินตัวหรือไม่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดความผิดหวัง ความล้มเหลว จนไม่อย ากทำอะไร และกลายเป็นความขี้เกียจไปในที่สุด

4. เลิกใช้คำว่า “เดี๋ยว” อย่างเด็ดขาด

คำว่า “เดี๋ยว” “จะ” “ไว้ก่อน” คือคำที่ช่วยก ร ะ ตุ้ นตัวขี้เกียจและกำจัดความขยันที่คุณมีได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเลยค่ะ ดังนั้น คุณจะต้องห้ามใจและปากของตัวเองไม่ให้คิดและพูดคำนี้โดยเด็ดขาดค่ะ

5. ลงมือทำทุกวัน

ความสำเร็จเล็ก ๆ ก่อเกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นถ้าคุณอย ากเลิกขี้เกียจ จงทำทุกวันให้เป็นนิสัย สะสมบ่มไปเป็นสันดาน แล้วคุณจะเลิกขี้เกียจได้ เริ่มจากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ค่ะ เช่น การออกกำลังกายทุกวันวันละ 15 นาที

6. คิดถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น

การคิดถึงผลเสียที่เกิดขึ้นถ้าหากคุณไม่ได้ทำ เช่น ถ้าคุณกำลังจะสออกกำลังกายแล้วขี้เกียจ ให้คุณบอกตัวเองว่า แกไปจะข้อเสื่อมนะ ถ้าป ว ดหลังบ่อยเดินไม่ได้จะทำไง

แถมหุ่นก็ไม่ดีอีก ฯลฯ หรือถ้าขี้เกียจทำงาน ก็ให้คิดว่า อาจจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่มีโบนัส หรืออาจจะโดนไล่ออกเลยก็ได้ แล้วจบด้วยคำถามและคำสั่งกับตัวคุณว่าอย ากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นจริงหรือยังไง ลุกไปทำมันเดี๋ยวนี้นะ

7. อายคนอื่น

ถ้าคุณอย ากประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วคุณก็ยังขี้เกียจอยู่ ให้คุณรีบถามตัวเองเลยว่าตอนนี้คุณอายุเท่าไรแล้ว ทุกช่วงอายุจะมีคนที่เก่งกว่าเสมอ มองดูเขาแล้วย้อนมองตัวเรา

แล้วบอกตัวเองให้อายคนอื่นเขาบ้ าง ความขี้เกียจทำให้เราล่าหลังเห็นไหม ถามตัวเองไปเลยว่า “ฉันทำอะไรอยู่” ถ้ายังไม่ได้คำตอบว่าทำอะไรอยู่ นั่นไงคุณกำลังด้อยกว่าคนอื่นแล้ว จงอายแล้วรีบกำจัดตัวขี้เกียจไปซะ ก่อนจะสายเกินไป

8. หาแรงจูงใจ

ในบางครั้งความขี้เกียจและการหยุดนิ่งของคุณก็อาจจะเกิดจากการที่คุณขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงจูงใจที่จะเป็นพ ลั งให้คุณทำสิ่งต่าง ๆ คุณอาจจะต้องผ่ อ นคลายจิตใจ

ออกไปหาแรงบันดาลใจ หรือพูดก ร ะ ตุ้ นให้ตัวเองนึกถึงผลดี ๆ ที่จะตามมาหากเราไม่ขี้เกียจ เพื่อเป็นพ ลั งเป็นกำลังใจให้คุณเอาชนะความขี้เกียจในตัวของคุณได้

ที่มา : a o m m o n e y

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำงานไม่ตรงสาย มีข้อดีกว่าที่คิด (ข้อคิดเตือนใจ)

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอว่าถ้าได้ตั้งใจเรียนสอบติดคณะที่ใช่ ยิ่งมีโอก…