Home ข้อคิดสอนใจ 8 ทัศนคติแย่ๆ เลิกตอนนี้ดีกว่า..ยังไม่สายที่ชีวิตจะดีขึ้น

8 ทัศนคติแย่ๆ เลิกตอนนี้ดีกว่า..ยังไม่สายที่ชีวิตจะดีขึ้น

4 second read
0
0
159

“จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ประโยคนี้อธิบายได้ดีว่าจิตมีพลังมากแค่ไหนกับชีวิตของคนเรา บางคน ร่ า ง ก า ย แข็งแรงดีแต่กลับไม่ร่าเริงแจ่มใส กระวนกระวายตลอดเวลา บางคนไม่สบายแต่ยังยิ้มได้

มีอายุยืนนานอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นก็แปลว่า สุ ข ภ า พ จิตสำคัญกว่า สุ ข ภ า พ กายเสมอ สุขและทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่มักจะสลับกันไปมาอยู่เรื่อย

ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เป็นทุกข์ และไม่มีใครที่จะมีความสุขได้ตลอดไปโดยไม่ทุกข์ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีทัศนคติในการใช้ชีวิตแบบไหน และจัดการกับทุกข์ได้เข้าที่เข้าทางอย่างไรบ้าง

ซึ่งความคิดที่กำหนดจิตให้สุขทุกข์นั้น สำคัญมาก ถ้าเราคิดดี เราก็จะได้ดี มีความสุข แต่ถ้าคิดไม่ดี จิตเราก็จะเป็นทุกข์พาลทำให้ทุกอย่างรอบตัวเป็นทุกข์ตามไปด้วย

ถ้าคุณอยากมีความสุข คุณก็ต้องอยู่กับความทุกข์และความเป็นจริงให้เป็น จงทำความเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นแล้วจะผ่านไป แต่อย่าทำ ร้ า ย ตัวเองด้วยทัศนคติ แ ย่ ๆ ต่อไปนี้

1. พูดบั่นทอนกำลังใจตัวเอง สิ่งดี ๆ เริ่มขึ้นได้ที่ตัวเราเอง หยุดบั่นทอนกำลังใจดี ๆ ความคิดดี ๆ ด้วยคำพูดว่า “ฉันไม่อาจ/ไม่สามารถ …. ได้” “ฉันดีไม่พอ” “ฉันไม่มั่นใจว่า … ” “ฉันไม่มีสิ่งนั้นเพื่อที่จะ … ได้” “ฉันเป็นคน แ ย่ ”

ในทางกลับกัน คุณลองคิดสิว่า คุณรู้สึกหรือหากได้ฟังใครสักคนมาพูดแบบนี้กับคุณอยู่บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ … แม้แต่คนฟังยังรู้สึกหดหู่ ไม่อยากเข้าใกล้ สัมผัสได้ถึงพลังลบ นับประสาอะไรกับคนพูดที่เป็นเจ้าของคำพูดโดยตรงจะไม่โดนพลังลบไปเต็ม ๆ ล่ะ

2. ทึกทักเอาไปในทางที่ลบ การ ห ว า ด ร ะ แ ว ง คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ เ ล ว ร้ า ย ยิ่งขึ้นกว่าเดิมเหมือนกับน้ำมันราดกองไฟ ในยามปกติสุขดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าคิดในทาง แ ย่

ทุกอย่างมันก็ดูอึดอัดไปหมด และยิ่งในสถานการณ์คับขัน ถ้ายิ่งประกอบกับความไม่ได้สติไปด้วย ทุกอย่างก็แตกกระเจิงกว่าเดิมทันที จงมีสติเข้าไว้ แล้วเราจะควบคุมเหตุการณ์ทุกอย่างให้ได้ดั่งใจได้เอง

3. เปรียบเทียบกับคนอื่นไปในแง่ ร้ า ย การแข่งขันเราจะชนะหรือแพ้ คนที่เข้ามาหาเราจะทำให้เราตัวเล็กลงหรือเสมอกัน ก็ขึ้นกับว่าเรามองพวกเขาในแบบไหนแล้วหันมามองตัวเราในแบบไหน อย่ามองคนอื่นด้วยความอิจฉาริษยา อย่ากดตัวเองให้ดูด้อยกว่าคนอื่น ทุกคนมีความเท่าเทียมกันและมีความดีเด่นแตกต่างกัน

4. ใคร่ครวญหาอดีตอย่างเศร้าโศกและโกรธแค้น ควรตัดใจจากอดีตถ้าอยากมีความสุขอยู่กับปัจจุบัน อย่าเคียดแค้นกับสิ่งที่คนอื่นทำกับเราไว้ อย่าเสียใจกับสิ่งที่เอากลับคืนมาไม่ได้ ความสุขเรา เราสร้างได้ใหม่ในทุกนาทีของเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อย ๆ

5. ไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะยอมให้คนอื่นชักจูงง่าย เราจำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของชีวิต แต่ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่จะทำให้รู้สึก แ ย่ กว่าเดิม จงรู้สึกนิ่งและมั่นคงเข้าไว้ ชีวิตเราเป็นของเรา อย่าเอาไปผูกติดกับใครหรือให้ใครมีอิทธิพลได้โดยง่าย

6. ขี้บ่น จุกจิก เจ้ากี้เจ้าการ ความขุ่นข้อง ห ม อ ง ใจเป็นมลพิษทางอารมณ์ก็จริง แต่ไม่ควรระบายออกด้วยการบ่นหยุมหยิม และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะกระฟัดกระเฟียดให้กับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย มันควรถูกกำจัดออกไปด้วยพลังด้านบวก ลองเปลี่ยนจากบ่นเป็นยิ้มและหัวเราะดูสิ มันเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนจริง ๆ นะ

7. ดิ้นรนหาหนทางที่จะลบล้างความผิดของตัวเอง ความผิดในอดีตมักจะให้บทเรียนที่ดีกับชีวิตปัจจุบัน อย่าทำทุกอย่างในปัจจุบันเพื่อลบปมหรือความผิดพลาดในอดีต เพราะเพียงแค่เวลาก็ต่างกันลิบลับแล้ว มีหรือที่มันจะลบหรือทดแทนกันได้ง่าย มีความสุขกับปัจจุบันที่จับต้องง่ายและควบคุมได้ง่ายยังจะดีกว่า

8. กลัวความล้มเหลวและกลัวว่าจะทำผิด ความกลัวคือสิ่งหนึ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าและเป็นกำแพงกันไม่ให้สิ่งดี ๆ เข้ามาหา และมันเป็นเรื่องธรรมดาโลกที่คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบเต็มร้อย

ถ้าเรามัวแต่กลัวก็เท่ากับว่าเราสร้างข้อจำกัดให้ชีวิตไม่กล้าเปิดหูเปิดตา หากเราไม่ขยับออกไป เราจะเข้าถึงความสุขได้อย่างไรกัน ? รู้ทันทุกข์ในแบบที่เป็นเรื่องธรรมดาของโลก

รู้จักหาทางออกอย่างมีสติ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น อย่าลืมสร้างพลังบวกให้ตัวเองอยู่เสมอ เพื่อสร้าง สุ ข ภ า พ จิตที่ดีไปเสริม สุ ข ภ า พ กายที่ดีอีกขั้นหนึ่งให้ชีวิตมีความสงบสุขยิ่งขึ้น

ที่มา : j e e b . m e

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

“ตอนตกงาน” จะตั้งหลักชีวิตอย่างไร พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

การตกงานมีสาเหตุได้หลายอย่าง บางคนสมัครใจว่างงานด้วยตัวเองในขณะที่บางคนโดนบริษัททำ ร้ า ย …