Home ข้อคิดสอนใจ 7 เหตุผลที่ว่า ทำไมคนขี้เกียจ..จึงมีแนวโน้มจะ “ประสบความสำเร็จ”

7 เหตุผลที่ว่า ทำไมคนขี้เกียจ..จึงมีแนวโน้มจะ “ประสบความสำเร็จ”

11 second read
0
1
3,296

ความขี้เกียจ” เป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัว เพียงแต่ละคนจะมีมากหรือมีน้อยเท่านั้น หลายคนมักมองว่า “ความขี้เกียจ” เป็นสิ่งเ ล ว ร้ า ย ที่จะนำพาชีวิตดำดิ่งและมีแต่จะก้าวถอยหลัง แต่จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้าเรากำลังจะบอกว่า “ความขี้เกียจ” ของคน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรานั้นมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ!

คุณเคยรู้มาก่อนหรือไม่ว่า จริง ๆ แล้ว คนที่มีนิสัยขี้เกียจมากมายหลายคน กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น Charles Darwin ที่ว่ากันว่า เขาเป็นคนขี้เกียจยิ่งกว่าตัวสล็อตซะอีก

ขี้เกียจขนาดไหนรู้ไหม? ขี้เกียจจนคุณครูและพ่อแม่ของเขา รู้สึกทุกข์ท ร ม า น และต้องคอยเคี่ยวเข็ญเขาอย่างหนัก เพื่อที่จะให้เขาไปโรงเรียนในวัยเด็ก

บ่อยครั้งที่เขาหลับในชั่ ว โมงเรียน และไม่เคยทำการบ้ า นมาส่ง ถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็นนักวิทย า ศาสตร์ และนักเขียน แต่ผลงานแต่ละชิ้น ก็ใช้เวลานานเหลือเกินกว่าจะเสร็จได้

ตัวอย่างก็ของคนขี้เกียจผู้โด่งดังก็ คือ Winston Churchill เค้าเป็นคนที่มีคะแนนตอนสมัยเรียน แ ย่ สุด ๆ ตั้งแต่อนุบาล จนกระทั้งจบมัธยมปลาย เขา

ไม่สามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทย า ลัยได้ เค้าไม่ชอบเล่นกีฬา ไม่ชอบทำกิจกรรม แต่สิ่งที่เขาชอบคือ การนั่งเฉย ๆ อยู่บนเก้าอี้โยกเท่านั้น สุดท้าย เขากลายเป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว หน้าที่หลักของเขาก็คือ การนั่งอยู่บนเก้าอี้แบบที่เขาชอบ

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อีกหลายต่อหลายคน ที่ถูกตราหน้าว่า เป็นไอ้ตัวขี้เกียจ เช่น Einstein, Newton, Picasso, Mendeleev และอีกมากมาย เมื่อดูจากรายชื่อแล้ว เรามั่นใจเลยว่า คุณต้องมีข้อสงสัยอยู่ในใจเต็มไปหมดอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ทำให้ได้เห็นกันแล้วว่า คนขี้เกียจ ก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

วันนี้เราจึงนำเอาเรื่องราวและเหตุผลที่แสดงให้ว่า คนที่ขี้เกียจ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จแถมมากกว่าคนปกติซะด้วย

1.ไม่รู้ทำไมแต่… คนขี้เกียจส่วนใหญ่ มักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะถ้าหากว่า คนขี้เกียจต้องเข้าไปพัวพันในเรื่องของการจัดการด้วยแล้ว คุณจะยิ่งเห็นความคิดสร้างสรรค์ของพวกเค้ามากยิ่งขึ้น

นั่นก็เพราะว่า คนขี้เกียจมักจะไม่ชอบอะไรที่มันซับซ้อน ไม่ชอบการเสียเวลาและอะไรที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวด พวกเขาอย า กรีบทำอะไรให้เสร็จไว ๆ จะได้เอาเวลาไปทำอะไรสไตล์คนขี้เกียจ ๆ ดังนั้น

ลองสังเกตพนักงานออฟฟิศที่คุณอยู่ดูก็ได้ว่าพนักงานคนไหนที่ว่าขี้เกียจ เมื่อโดนใช้งาน พวกเขาจะรีบหาทางลัดที่มีประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงกันเสมอ ๆ เพราะคนคนขี้เกียจจะพย า ย า มทำทุกวิถีทางให้ชีวิตง่ายขึ้น

เครื่องขุดดินอัตโนมัติก็เป็นผลงานจากคนขี้เกียจคนหนึ่ง ที่ไม่อย า กจะใช้จอบขุดดิน เพราะมันเหนื่อยและเสียเวลา เครื่องดูดฝุ่นเองก็เช่นกัน เพราะว่าเขาขี้เกียจจะเช็ดฝุ่นด้วยผ้า เขาจึงคิดค้นเครื่องดูดฝุ่นขึ้นมา ใครจะไปรู้กันล่ะว่า ไอตัวขี้เกียจทั้งหลายในวันนี้ อาจจะคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคตก็เป็นได้

2.คนขี้เกียจ มักกล้าได้กล้าเสีย คนเหล่านี้มักมีโครงการและความคิดมากมายเต็มหัวไปหมด เนื่องจากพวกเขาว่าง (จากการรีบทำงานสไตล์คนขี้เกียจเสร็จแล้ว) วัน ๆ ไม่ค่อยจะทำอะไร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ปล่อยความคิดให้เกิดขึ้น แล้วก็ลอยออกมาจากส ม อ ง ไปวัน ๆ หรือที่บางคนจะใช้คำว่า คิดเพ้อเจ้อ หรือคิดอะไรไร้ส า ร ะ

แต่คุณหารู้ไม่ว่า สิ่งที่คนเหล่านี้คิดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นไอเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการของคน โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องความสะดวกสบาย แถมมันยังเป็นไอเดียที่แปลก

แตกต่างกับสิ่งที่อยู่แล้วในท้องตลาดอย่างแน่นอน พวกคนขี้เกียจนี่แหละ นักริเริ่มตัวยง เพียงแต่ขอให้เค้าลงมือทำด้วยเท่านั้น ไม่ใช่สักแต่คิด รับรองได้เลยว่า ต้องมีอะไรเจ๋ง ๆ แปลกประหลาด เกิดขึ้นบนโลกอย่างแน่นอน

3.หลายคนประสบปัญหา การพักผ่ อ น ไม่เพียงพอ บางคนใช้พ ลั ง งานมากไปในแต่ละวัน แต่ไม่รู้ว่า ตัวเองควรที่จะพักผ่ อ น ตอนไหน

แต่สำหรับคนขี้เกียจแล้ว พวกเขารู้ดีว่า ตอนไหนที่พวกเขาเหนื่อยแล้ว ตอนไหนที่พวกเขาอย า กนอน ตอนไหนที่จะพูดคำว่าพอ แถมการเป็นคนขี้เกียจที่ชื่นชอบการพักผ่ อ น เป็นพิเศษนี่เอง

ร่ า ง ก า ยของพวกเขาส่วนใหญ่จึงแข็งแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับคนขยัน ๆ อย่างนักวิทย า ศาสตร์ ที่ต้องตื่นมาเฝ้าการทดลองตอนกลางดึก เมื่ออายุได้ 40 ปี ร่ า ง ก า ยของคนที่ใช้งานมันไปกับการทำงานหนัก จะร่วงโรยเร็วกว่าคนขี้เกียจเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

4.คนขี้เกียจนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องความ Chill อยู่แล้ว พวกเขาไม่รีบร้อน ไม่เร่งรีบ ใช้เวลาอย่างเอื่อยเฉื่อย ซึ่งงผลให้ไม่ค่อยมีความเ ค รี ย ด

ในทางกลับกัน คนที่แอคทีฟตลอดเวลาหรือคนขยัน ส่วนมากมักจะมีอาการตื่นตระหนกและฟุ้งซ่านซ่อนอยู่ลึก ๆ ในจิตใจ พวกเขาจะกังวลว่า จะทำสิ่งนี้ทันไหม จะตื่นไปทำธุระไหวหรือเปล่า

ทุกอย่างที่เขาคิดนั้น มันมากเกินขั้นตอนการเตรียมตัวไปไกล จนกลายเป็นคนจุกจิก ขี้โหโม ใจร้อน เนื่องจากความเ ค รี ย ดที่ตัวเองสุมเอาไว้ภายในโดยไม่รู้ตัว ซึ่งต่างกับคนขี้เกียจ ที่ทำอะไรก็ค่อย ๆ เรื่อย ๆ พวกเค้าจึงกลายเป็นคนที่ใจเย็นกว่า และผ่ อ น คลายมากกว่า ในเกือบทุก ๆ เรื่องในชีวิต

5.คนขี้เกียจส่วนใหญ่ มักรู้จักการจัดการเรียงลำดับก่อนหลังตามความสำคัญได้เป็นอย่างดี พวกเขาจะตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อประหยัดเวลาและเพื่อไม่ให้เกิดขั้นตอนที่ยุ่งย า กต่อชีวิตพวกเขา

พวกเขาจึงเป็นพวกที่เมื่อจะทำอะไร ก็ตามต้องเห็นผลได้เร็วที่สุดและชัดเจนที่สุด นั่นคือข้อดีอีกอย่างนึงของคนขี้เกียจ ที่ในบางครั้งคนขยัน ๆ ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็อาจจะช้ากว่า โดนตัดหน้าไปเป็นที่เรียบร้อย

6.คนขี้เกียจไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาดเสมอไป คนที่น่าจับตามองที่สุดคือคนขี้เกียจที่ฉลาด เพราะถ้าหากขี้เกียจแล้วยังโ ง่ ด้วยนี่ก็จบข่าว ขยันแต่ไม่ฉลาดก็จบเช่นกัน ถ้าขยันด้วยฉลาดด้วย นั่นก็ถือว่าเป็นคนในอีกประเภท

แต่ที่บอกว่า คนขี้เกียจที่ฉลาดนั้นน่าจับตามาองก็เพราะว่าคนขี้เกียจเหล่านี้ จะใช้ส ม อ ง ที่ยอมเยี่ยมของเขา ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้รวดเร็ว ขั้นตอนน้อย เรียกได้ว่าหาวิธีที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดให้กับตัวเองได้เสมอ เพราะฉะนั้นหากคุณต้องเลือกลูกน้องสักคน ให้คนเลือกคน ขี้เกียจแต่ฉลาด แล้วคุณจะสบาย

7.เมื่อมี Application, Program หรือ Technology อะไรใหม่ ๆ รวมไปถึง Gadgets อะไรก็ตามที่สามารถช่วยให้ผู้คนทำงานได้รวดเร็วหรือช่วยทุ่นแรงได้นั้น เหล่าคนขี้เกียจทั้งหลายจะรู้เรื่องทั้งหมด

แถมคนขี้เกียจยังจะใช้งานมันได้เร็วกว่าคนปกติทั่วไปถึง 2 เท่าเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณจะเห็นว่าคนขี้เกียจเหล่านี้ พย า ย า มหาสิ่งใหม่ ๆ อัพเดทล่าสุด มาทดลองใช้อยู่ตลอด

นั่นก็เพราะว่า เขากำลังหาทางที่จะสบายมากยิ่งขึ้นอยู่นั่นเอง ถ้าหากคุณอย า กสบาย ก็ทำตามเขา แต่ถ้าคุณมีความคิดอย่างนั้น ก็แสดงว่า คุณมีแนวโน้มเป็นคนขี้เกียจขึ้นมาแล้วล่ะ

ศาสตราจารย์ Arnold Ludwig เคยทำการวิเคราะห์คนมามากกว่า 1,000 คน ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตขั้นสูงสุด ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจมาอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ นอกเหนือจากการมีพรสววรค์แล้ว ตามหลักการธรรมชาติ บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่สามารถเร่งรีบได้และต้องการการใช้เวลา

แน่นอนว่ามันอาจจะฟังดูขัดแย้ง กับยุคสมัยที่อะไรก้ต้องฉับไวไปหมดในตอนนี้ แต่นั่นคือเรื่องจริง ขนาด Einstein เอง ก็ยังเคยบอกว่า ก็นั่งเฉย ๆ แบบคนขี้เกียจมันอาจจะดูน่าเบื่อ

แต่มันเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยม สำหรับการพัฒนาจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของคุณ ดังนั้น คนขี้เกียจที่คุณเห็นจริง ๆ แล้ว พวกเค้าก็มีมุมดี ๆ ซ่อนอยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่าโอกาสที่เขาจะลงมือทำนั้น มันย า กกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง

ที่มา : unlockmen

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สาเหตุที่คนเก่งๆ ต้องลาออก เพราะหัวหน้า

1. ความก้าวหน้าในงาน ลูกน้องเก่ง ๆ ต้องการประสบความสำเร็จ มักแสดงศักยภาพให้หัวหน้าได้เห็น …