Home ข้อคิดสอนใจ 7 วิธีรับมือตอน “ตกงาน” ล้มแล้วต้องลุกให้เป็น

7 วิธีรับมือตอน “ตกงาน” ล้มแล้วต้องลุกให้เป็น

10 second read
0
0
44

1.ลดค่าครองชีพของตัวเองในช่วงตกงาน

คนตกงานก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ จากเมื่อก่อนรายได้อาจจะ 20,000 -30,000 หรือบางทีมากกว่านี้ สามารถผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ช็อปปิ้ง ท่องเที่ยวได้แบบไม่เดือดร้อน แต่ในสถานการณ์ที่แตกต่าง

หากสูญเสียรายได้ตรงจุดนั้น กว่าจะได้งานใหม่เข้ามาแทนเราก็ต้อง “รัดเข็มขัด” ด้วยการควบคุมรายจ่ายให้น้อยลง อะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งใช้เงินซื้อ

อะไรที่ใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน อะไรที่ยังไม่จำเป็นต้องทำ ต้องไปก็ให้ชะลอไว้ก่อน เราต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้เสมอ ในขณะที่ทำงานเราจึงควรมีเงิน “สำรอง”ไว้ในยาม ฉุ ก เ ฉิ น แบบนี้ด้วย

2.หารายได้เสริมที่สามารถทำได้

นอกจากหวังพึ่งเงินประกันสังคม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น สำคัญคือเราต้องพึ่งตัวเองด้วย ซึ่งการหารายได้เสริมเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าถามว่าจะหารายได้เสริมแบบไหนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

มีหลายอย่างที่พอทำได้เช่นขายของออนไลน์ เป็นติวเตอร์ ทำขนมขาย ทำกับข้าวขาย รับจ้างทั่วไป ฯลฯ แน่นอนว่าอาชีพเสริมเหล่านี้ทำให้เราต้องเหนื่อยมากขึ้น

แต่เราก็ต้องยอมทำเพราะหากไม่ทำ งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ทีนี้แหละเราจะเหนื่อยใจยิ่งกว่าเดิม ดีไม่ดีหากเราหาอาชีพเสริมที่ถูกทางอาจจะกลายเป็นอาชีพหลักที่ไม่ต้องง้องานประจำอีกต่อไปก็ได้

3.เจรจาต่อรองกับเจ้าของบริษัทเพื่อไม่ให้ตกงาน

อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนที่บริษัทจะประกาศเลิกจ้างเรา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกที่ อยู่ที่ภาพรวมของแต่ละบริษัท เช่นบริษัทไปต่อไม่ไหวแล้ว เราใกล้โดนจ้างออกแน่นอน แต่มองภาพรวมแล้วอนาคตหาก ไ ว รั ส โ ค วิ ด – 1 9 เ ลิ ก ร ะ บ า ด ตำแหน่งงานของเรายังเป็นที่ต้องการอยู่

เราอาจสามารถเจรจาต่อรองกับเจ้าของบริษัทเพื่อให้เขาเห็นศักยภาพที่เรามี ด้วยการพูดคุยเปิดใจแม้ว่าบริษัทจะยื่นข้อเสนออะไรมาให้ก็ควรรับไว้เช่นให้ลาพักร้อนแบบไม่รับเงินเดือน

หรือรับเงินเดือนในอัตราที่น้อยลงจนกว่าสถานการณ์จะปกติ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการถูกเลิกจ้าง ส่วนที่เหลือก็คือไปหาทางออกเองว่ารายได้ที่หดหายจะหาอะไรมาเพิ่มเติม แต่ก็ยังดีว่าถูกเลิกจ้างแน่ๆ

4.ใช้ บั ต ร เ ค ร ดิ ต แบบชาญฉลาด

ในภาวะตกงาน เมื่อเงินสดขาดมือสิ่งที่ไม่อยากทำแต่ก็อาจจำเป็นต้องทำคือการใช้สินเชื่อจากเครดิต แม้ต้องแลกกับอัตราดอกเบี้ยก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่การเลือกใช้ บั ต ร เ ค ร ดิ ต ก็อาจเป็นดาบสองคมถ้าไม่รู้จักใช้ให้เป็น

เพราะภาระจ่ายหนี้ของเราก็จะเพิ่มพูนขึ้น ซึ่งขอแนะนำว่าให้ใช้กดเงินสดเอามาเพื่อใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเช่น ผ่อนค่าบ้าน ค่ารถ และไม่ควรกดมาเต็มจำนวน

เอาเฉพาะส่วนที่เราขาดและคิดว่าจะหาไม่ได้จริง ๆ เพื่อไม่ให้ยอดหนี้สะสมสูงจนเกินไป และต้องไม่ลืมที่จะชำระคืนทางที่ดีไม่ควรจ่ายในเรตอัตราขั้นต่ำแต่ควรจ่ายในยอดที่สูงเพื่อจะได้ตัดยอดให้หมดเร็วๆ และจะไม่กลายเป็นหนี้สะสมมากจนเกินไปด้วย

5.ตัดสินใจเลือกลงทุนสร้างอาชีพเป็นนายตัวเองไปเลย

บางคนที่ตกงานในช่วงนี้อาจไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ บางคนอายุเยอะผ่านประสบการณ์มาเยอะ แต่เพราะ พิ ษ โ ค วิ ด  19 ทำให้ต้องออกจากงานก่อนกำหนด ซึ่งการออกจากงานของแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไปบางคนได้เงินเป็นทุนจากนายจ้างเช่นค่าจ้างล่วงหน้า 3 เดือน ซึ่งหากเรามีประสบการณ์ มีเงินทุนเบื้องต้น

การหาอาชีพให้ตัวเองแทนที่จะไปคิดหางานทำใหม่ดูเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แม้ภาวะเศรษฐกิจตอนนี้มองว่าเสี่ยงหากจะเริ่มลงทุน แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ใช่จะอยู่ไปตลอดสักวันสถานการณ์ก็ต้องคลี่คลาย

เราควรใช้ช่วงเวลานี้ในการเริ่มต้นธุรกิจอาจจะสร้างขึ้นเอง หรือไปลงทุนกับแฟรนไชส์ และเริ่มเรียนรู้ไปทีละเล็กน้อย อาศัยประสบการณ์จากที่เคยทำงานประจำมาประยุกต์ใช้ รอเวลาที่สถานการณ์ปกติดี ก็จะได้เริ่มเปิดตัวธุรกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่คิดว่ายังไงก็รอดได้แน่

6.ติดต่อสำนักงานประกันสังคม

เป็นทางออกเบื้องต้นสำหรับนตกงานและว่างงานในช่วงนี้ ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทดแทน หากส่งสมทบมาแล้วกว่า 6 เดือน มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทน พูดง่ายๆ คือ ถ้ามีเงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท จะสามารถเบิกค่าชดเชยว่างงานได้วันละ 150 บาท เดือนละไม่เกิน 4,500 บาท โดยมีเอก ส า ร ที่ต้องเตรียมคือ

สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่กำหนด แบบคำรองรับผลประโยชน์กรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7) โดยขอที่ประกันสังคม หนังสือรับรองการลาออกจากบริษัท

หนังสือคำสั่งนายจ้างหากจ้างออก (ถ้ามี) ทั้งหมดนี้เมื่อกรอกเอก ส า ร แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคมแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้ใบเสร็จรับคำร้องมา ซึ่งใบนี้ห้ามทำหาย เพราะว่ามีคำร้องเข้าไปจำนวนมากในแต่ละวัน หลังจากนั้นเราต้องเข้าไปลงทะเบียนว่างงานที่เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th อีกครั้ง เพื่อมากดรับเงินทุกๆเดือน

7.ฝากประวัติสมัครงานตามเว็บไซต์

แม้จะเป็นเรื่องยากในสถานการณ์แบบนี้ที่จะมีการจ้างงานแต่หากตกงานจริงๆ แล้วไม่ดิ้นรนทำอะไรเลยก็มีแต่อด ต า ย สถานเดียว ถึงจะรู้ว่ายากแต่เราก็ต้อง “ฝากประวัติสมัครงานตามเว็บไซต์”

และขอแนะนำว่าให้อัพเดทรีซูเม่ ทำประวัติย่อ รวบรวมผลงานที่เรามี จัดทำเป็น Portfolio ที่เข้าใจง่ายและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้ชัดเจน ซึ่งหากเรามีผลงานดีจริง มีความสามารถจริงๆ จะต้องมีสักบริษัทที่เขาสนใจและอยากได้ตัวเราไปร่วมงาน เพราะไม่ใช่ทุกบริษัที่เค้าจะเลิกจ้างหรือปิดกิจการในช่วงนี้

ที่มา : p r o s o f t

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

8 วิธีทำให้คนนับถือคุณ หลักๆ อยู่ที่การวางตัว

ไม่ใช่แค่กลุ่มคนทำงาน แต่พวกเราทุกคนต่างต้องอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุ…