Home ข้อคิดสอนใจ 7 นิสัย หลุมพรางความจน เลิกทำแล้วชีวิตดีขึ้น

7 นิสัย หลุมพรางความจน เลิกทำแล้วชีวิตดีขึ้น

5 second read
0
0
55

1.เลิกผลัดวันประกันพรุ่ง

นิสัยผลัดวันประกันพรุ่งที่ใครหลายคนชอบเป็นกัน ตั้งแต่นิสัยตื่นนอนแล้วกดนาฬิกาปลุกไปเรื่อยๆ จนทำให้ตื่นสาย หรือนิสัยที่ชอบบอกกับตัวเองว่า “เอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้”

เลิกซะเถอะนิสัยนี้ เพราะนอกจากจะทำให้เรากลายเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหา “งานพอกหางหมู” ได้ ต่อไปนี้ เราต้องบอกกับตัวเองว่า “ไม่! ฉันจะต้องทำมันเดี๋ยวนี้” เชื่อว่าหากเลิกนิสัยนี้แล้วก็จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

2.เลิกใช้จ่ายเกินตัว

ปัญหาเงินชักหน้าไม่ถึงหลังในแต่ละเดือนจะหมดไป เพียงแค่เราไม่ใช้จ่ายเกินตัว แน่นอนว่าแต่ละคนก็มักจะมีสิ่งที่อยากได้ อยากทำในแต่ละเดือนอยู่แล้ว แต่ขอให้ประเมินตัวเองเป็นอันดับแรกว่าเราสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในสิ่งที่อยากได้ไหวหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนก็อาจจะไม่พอได้

จนทำให้เกิดปัญหาเอาเงินนี้มาโปะเงินนั้น หรือต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาจนต้องเป็นหนี้กันต่อไป เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ หากเราอยากได้ของสิ่ง ๆ หนึ่ง ก็ขอให้คำนวณเงินให้ดีเสียก่อน

หากไม่พอก็อาจจะเก็บเงินไปพลาง ๆ รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมในการซื้อของสิ่ง ๆ นั้น แต่หากพลาดไป ก็ขอให้คิดเสียว่า ของสิ่งนั้นอาจจะไม่ทำมาเพื่อเป็นของเรา เดี๋ยวมันก็มีมาอีก

3.เลิกไม่วางแผนการใช้เงิน

การวางแผนการใช้เงิน เราสามารถวางแผนได้ตั้งแต่ต้นปี โดยกำหนดไปเลยว่าในแต่ละเดือนเราจะออมเงินขั้นต่ำเท่าไหร่ จะเหลือใช้เงินในแต่ละเดือนเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อถึงสิ้นปี เราจะได้มีเงินเก็บเป็นก้อน

เป็นรางวัลให้กับตัวเอง แต่หลายคนก็อาจจะวางแผนแล้วก็ล้มเลิกไปกลางคัน เพราะมีสิ่งเร้ามารบกวนการใช้เงินของเรานั่นเอง ซึ่งถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีการวางแผนการใช้เงิน

ก็อาจจะทำให้งบการเงินของเราขาดดุลจนเป็นผลเสียติดเป็นนิสัย ทำให้เราไม่มีเงินออมได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นในแต่ละปีนอกจากจะมีแผนการใช้เงินแล้ว เราต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนด้วย

4.เลิกเอาป้าย เ ซ ล ล์ เป็นข้ออ้าง

หลายคนมักจะบอกว่าการชอปปิ้งในช่วง เ ซ ล ล์ นั้นไม่ผิดแต่อย่างใด แต่กลับต้องมานั่ง ป ว ด หัวกับการบริหารจัดการเงินที่ร่อยหรอลงไป หากคุณมีนิสัยแบบนั้น ก็ขอให้เลิกนิสัยนี้ไปเลย

เวลาเจอป้าย เ ซ ล ล์ ก็ไม่ควรจะปรี่ใส่เข้าไปหาอย่างบ้าคลั่ง แต่ขอให้ถามตัวเองก่อนว่า สิ่งของที่เราจะซื้อนั้นมีความจำเป็นกับเรามากน้อยแค่ไหน

ถ้าเราไม่ซื้อของสิ่งนั้น เรายังจะใช้ชีวิตอยู่ได้แบบสบาย ๆ หรือเปล่า ซึ่งความพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ต่างหาก ทีจะทำให้เราไม่หมดไปกับความฟุ้งเฟ้อที่มาพร้อมป้าย เ ซ ล ล์

5.เลิกคล้อยตามคำยุของผู้อื่น

หลายต่อหลายครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ได้มาจากตัวเราซะทีเดียว แต่เกิดจากที่เราไปฟังคำพูดของคนอื่น และเลือกตัดสินใจทำตามสิ่งที่คนอื่นบอกเรา

ซึ่งการรับฟังความคิดของผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรจะต้องใช้สติในการพินิจพิเคราะห์เหตุผลหลาย ๆ อย่างประกอบกันก่อนการตัดสินใจกระทำอะไรลงไป ไม่เช่นกันก็อาจจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในภายหลัง ให้เราต้องตามแก้ต่อไปอย่างน่า ป ว ด หัวได้

6.เลิกขี้เกียจดูแลตัวเอง

นิสัยติดเอาง่ายเอาสบายไว้ก่อนมักเกิดกับมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่คนเดียว พฤติกรรมขี้เกียจดูแลสุ ข ภ า พ ตัวเองที่จะกล่าว

เช่น รับประทานแต่ อ า ห า ร กึ่งสำเร็จรูปหรือ อ า ห า ร ไมโครเวฟเพราะง่ายและสะดวก ไม่ออกกำลังกายเพราะเหตุผลร้อยแปดพันประการ ถ้าใครมีนิสัยแบบนี้ก็เลิกซะเถอะ เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อ ร่ า ง ก า ย เลย อีกทั้งยังเป็นการผลักตัวเองให้มีสุ ข ภ า พ ที่ไม่ดีหรือทำให้กลายเป็น โ ร ค ร้ า ย ได้ในอนาคต

7.เลิกกลัว

นิสัยเลิกกลัวในที่นี้ หมายถึงการเลิกกลัวในสิ่งที่เราอยากทำ เช่น กลัวการไปเที่ยวเพราะไม่อยากเจอคนหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย กลัวที่จะลงมือทำธุรกิจตามที่คิดฝันเอาไว้ เป็นต้น

ซึ่งหลายคนใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ จนทำให้กลายเป็นคนน่าเบื่อต่อการใช้ชีวิตไปเลยก็ได้ แต่ขอแนะนำให้ใช้ความกลัวผลักเป็นความรอบคอบแทน

ถ้ากลัวจะต้องไปเที่ยวแล้วเจอกับสถานที่แปลก ๆ หรือ อั น ต ร า ย ก็ต้องหาข้อมูลให้ละเอียด หาสถานที่พักผ่อนและการเดินทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับตัวของเราเอง

ที่มา : m o n e y h u b

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ขายดีแต่เจ๊ง อยากให้เรื่องนี้เตือนสติใครหลายคน

สังคมแห่งการแก่ง แ ย่ งชิงดี มีให้เห็นอยู่มากมายรอบตัวในยุคปัจจุบัน ยุคที่ทุกคนต่างเห็นผลป…