Home ข้อคิดสอนใจ 7 นิสัยนี้เอง “ที่ทำให้เราจน” ถึงว่าไม่รวยสักที

7 นิสัยนี้เอง “ที่ทำให้เราจน” ถึงว่าไม่รวยสักที

4 second read
0
0
42

วันนี้ทีมงาน มาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับนิสัยแ ย่ๆเกี่ยวกับเงินทองที่เราไม่ควรทำ ซึ่งนิสัยแ ย่ๆในเรื่องเงินๆทองๆ อาจเป็นเรื่องย ากที่จะทิ้งมันไป มันอาจเกิดจากนิสัยส่วนตัวหรือแม้แต่การขาดความรู้เกี่ยวกับการเงิน และนี่คือนิสัยเรื่องเงินๆทองๆ แ ย่ๆ ที่พบบ่อยๆ และวิธีการหยุดนิสัยแ ย่ๆเหล่านั้น

1.จ่ายตามอารมณ์

เมื่อเห็นของลดราคาหรือโปรโมชั่นก็มักจะซื้ อไว้ รูดบัตรรูดปึ้ด ได้ของมาซึ่งบางที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงนิสัยนี้ เราต้องตั้งกฎสำหรับตัวเอง เช่นเราจะซื้ อสิ่งของที่เราต้องการที่จะใช้ในเวลานั้นๆ

ไม่ซื้ อของที่แก้กระหายอย ากได้ หรือลองรอสัก หนึ่งวันหลังจากที่เจอของที่ต้องตา ว่าเราต้องการจริงหรือไม่ และเป็นเรื่องดีหากเราจ่ายด้วยเงินสด เมื่อจะซื้ อของที่อย ากได้

2.ให้ยืมเงิน

เมื่อเราให้ความช่วยเหลือ ให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวยืมเงิน การทำแบบนี้อาจทำให้กระเป๋าเงินของคุณและความสัมพันธ์ที่มีแ ย่ลงได้ เมื่อคนที่เราให้ยืมไม่คืนเงิน เป็นผลทำให้เงินในกระเป๋าน้อยลงและอาจต้องจบความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนได้

เราจะบอกว่าก่อนที่จะเสนอเงินให้เพื่อนยืม ยังมีทางอื่นที่เราจะช่วยเพื่อนได้และรั ก ษ าความสัมพันธ์อันดีไว้ หากเพื่อนรถเสียต้องซ่อม เราอาจให้รถเพื่อนยืมจนกว่ารถเพื่อนจะซ่อมเสร็จ

หรือแนะนำหนทางการลดรายจ่ายให้กับเพื่อน หากเรายังคงต้องให้เพื่อนยืมเงินจริงๆ จงคิดเสียว่าเราให้เงินนั้นเป็นของขวัญ เพราะหากเพื่อนไม่คืนจริงๆ เราก็ยังทำใจได้เพราะตั้งใจให้เงินเขาจริงๆ

3.จ่ายตลอดสปอร์ตจ้า

สำหรับคนที่เลี้ยงเพื่อนตลอดเมื่อไปเที่ยวอาจจะรู้สึกภูมิใจที่ได้เลี้ยง แต่มันก็ไม่ได้ไปตลอดนะ อย่าได้หวังเกินไปว่าหากเราเลี้ยงเขาตลอดแล้วเขาจะปฏิบัติกับเราอย่างที่เราอย ากให้เป็น เราไม่สามารถตัดสินได้เลยว่า ที่เขาไปกินข้าวหรือสังสรรค์กับเราเพราะอย ากไปจริงๆ หรือแค่อย ากกินฟรีกันแน่

4.เปรียบเทียบสถานะทางการเงินกับคนอื่น

หลายๆคนที่วัดความสำเร็จจากการมีบ้ านหลังใหญ่ หรือรถหรูขับ แต่บอกเลยว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน บ้ านหลังใหญ่หรือใช้ของหรูๆ แพงๆ เป็นแค่ตัวบ่งบอกว่าคนคนนั้นเลือกที่ใช้เงินกับมันเท่านั้น ใช่ว่าเขาจะมีจริงๆ

หากเราเห็นเพื่อนบ้ างของเรามีรถใหม่คันสวย เราก็จะต้องมีมันเหมือนกัน จริงไหม? แต่พึงระลึกว่าเพื่อนบ้ านหรือคนที่เรารู้จักหลายๆ ใช้ชีวิตเกินตัว เกินเงินที่มี ซึ่งพบว่าหลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิทก้อนโต

อีกทั้งยังไม่มีเงินเก็บไว้ฉุ ก เ ฉิ น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตเกินตัวแบบนี้ เราควรเริ่มกำหนดว่าอะไรสำคัญกับคุณ เพื่อตัวคุณเอง ตั้งเป้าว่าชีวิตนี้ต้องการอะไรในอีก ห้าปี สิบปี ยี่สิบปี และห้าสิบปี

บางที่คุณอย ากที่จะไปสร้างบ้ านอยู่ที่บ้ านเกิด หรือเกษียรแบบสบายๆ เมื่อคุณได้เริ่มกำหนดว่าอะไรมีความหมายในชีวิตคุณแล้ว คุณก็จะตัดสินเรื่องการใช้เงินจากเป้าหมายนั้น แทนที่จะใช้จ่ายเกินตัวเพื่อให้คนอิจฉา เรามาทำชีวิตเราให้เป็นแบบที่เราฝันดีกว่า

5.ผลาญรายได้ทั้งหมด

ทุกคนล้านแต่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละเดือน อาจเป็นค่าน้ำค่าไฟ และสิ่งอุปโภคบริโภค ส่วนสำหรับเงินที่เหลือจากการจ่ายค่าต่างๆเหล่านั้น ก็เป็นเรื่องของคุณเองที่จะเอาเงินที่เหลือไปทำอะไร อาจจะใช้มันให้หมด หรือ เราจะเก็บออมและล ง ทุ น เพื่อสร้างบรรทัดฐาน ว่าวันไหนที่เราไม่มีงาน หรือต้องใช้เงินฉุ ก เ ฉิ น เราก็ยังมีเงินมาใช้

เมื่อคนเราใช้เงินทั้งหมดที่ได้รับมา เขามั้งจะไม่มีงบประมาณว่าเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นข้อผิดพลาดที่คนเราชอบทำ อย่างไรก็ดีมีข้อแนะนำว่าเราควรจะเขียนงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนไว้

เผื่อฉุ ก เ ฉิ นและเงินออมเพื่อการเกษียณ เราควรจะมีเงินเก็บฉุ ก เ ฉิ นพอที่จะอยู่ได้หกเดือน(ให้คำนวณจากรายจ่ายแต่ละเดือนคูณหก) และควรเก็บอย่าวน้อย 10% จากรายได้ เมื่อคุณได้สร้างแผนการในการใช้จ่ายและเก็บออมแล้ว จงทำตาม เพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณจะไปถึงเป้าหมายของคุณได้

6.ใช้ชีวิตติดบั ต ร เ ค ร ดิ ตตลอด

ยุคสมัยนี้มีแต่คนใช้บั ต ร เ ค ร ดิ ตและติดหนี้บัตรกันหลายคน แต่อย่าลืมว่าหากใช้บัตรคุณต้องจ่ายค่าด อ ก เ บี้ ยเพราะเงินอนาคตที่เรารูดไปกับสินค้าต่างๆ หากเราใช้ชีวิตติดกับหนี้บั ต ร เ ค ร ดิ ตตลอดคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่

ให้ลองคำนวณว่าเราใช้จ่ายไปแต่ละเดือนกับบั ต ร เ ค ร ดิ ตแล้วเราต้องเสียด อ ก เ บี้ ยเท่าไหร่ดู ก็จะพบว่าดอกมันแพง เพราะฉะนั้นเราควรตั้งงบประมาณว่าเราจะใช้บั ต ร เ ค ร ดิ ตในจำนวนเงินเท่าไหร่ เพื่อจะไม่ให้มีค่าด อ ก เ บี้ ยมาก และหากเป็นหนี้บั ต ร เ ค ร ดิ ต ควรจะใช้หนี้ให้เร็วที่สุด

7.เพิกเฉยเกี่ยวกับเรื่องที่ควรใส่ใจ

หากเราหลีกเลี่ยงไม่ยอมที่จะเช็คบั ต ร เ ค ร ดิ ตของคุณหรือเช็คยอดเงินคงเหลือในบัญชี หรือการจดบันทึกรายรับรายจ่าย คุณกำลังใช้ชีวิตบนการเงินที่เข้าขั้นโคม่าแล้ว

คุณอาจจะเคยคิดว่าหากเราไม่รู้ว่ามันแ ย่ได้อย่างไร แล้วปัญหาก็จะหายไปเอง แต่จริงๆแล้วไม่เป็นอย่างงั้น หนทางที่จะทำให้สิ่งต่างๆดีขึ้นคือเราจงหาว่าปัญหาคืออะไรและทำแผนการเพื่อแก้ปัญหานั้น

ได้เวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มปฏิบัติการเชิงรุกแทนที่จะรอตอบโต้อย่างเดียว จงขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ครอบครัว ที่ปรึกษาบรรเทาหนี้สินหรือผู้วางแผนทางด้านการเงินที่คอยจักการประเมินสถานการณ์ทางการเงินของคุณ และพัฒนาวางแผนเพื่อปรับปรุงมัน เพื่อที่จะเริ่มต้น จงทำให้แน่ใจว่าคุณว่าตอนนี้ต้องจ่ายเครดิตเท่าไหร่

เป็นหนี้เท่าไหร่ และมีภาระผูกพันรายเดือนของคุณเท่าไหร่ นี่คือคำถามที่ดีกับตัวคุณเอง เมื่อคุณตาสว่างแล้ว คุณก็จะสามารถกลับมาควบคุณมันได้อีกครั้ง ด้วยความรักและปรารถนาดีจากใจ

ที่มา : j e e b . m e

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สาเหตุที่คนเก่งๆ ต้องลาออก เพราะหัวหน้า

1. ความก้าวหน้าในงาน ลูกน้องเก่ง ๆ ต้องการประสบความสำเร็จ มักแสดงศักยภาพให้หัวหน้าได้เห็น …