Home ข้อคิดสอนใจ 6 วิธีจัดการความคิดลบ ที่ดึงชีวิตเราไม่ให้ก้าวหน้า

6 วิธีจัดการความคิดลบ ที่ดึงชีวิตเราไม่ให้ก้าวหน้า

3 second read
0
0
58

เมื่ออายุมากขึ้นหลายคนเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของเวลาในชีวิตที่ไม่ได้มีมากมายให้ใช้ฟุ่มเฟื่อยเพราะเมื่อใช้ไปแล้วไม่สามารถหามาเพิ่มได้

ทว่า หลายครั้งที่คนเรายังเผลอปล่อยให้ชีวิตเสียเวลาไปกับความคิดลบๆ ที่บั่ น ท อ น จิตใจ มัวแต่กังวลกับอนาคตที่ยังไม่เกิด ครุ่นคิดกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว เอาตัวเองไปผูกติดกับเรื่องราวที่ชวนให้ไม่สบายใจ

โดยหารู้ไม่ว่า การเอาใจไปผูกกับความคิดลบๆ เหล่านี้ ไม่ต่างกับการผลักไสให้ตัวเองถอยห่างจากความสุข แต่ยังดูดพ ลั ง ชีวิต พาลให้ละเลยสิ่งสำคัญในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

ข่าวดีคือ แม้ว่าคุณจะเสียเวลาในชีวิตที่ไม่อาจเรียกกลับคืนไปกับความคิดลบๆ แต่ยังไม่สาย หากจะเริ่มฝึกจิตใจให้แข็งแกร่ง ขจัดความคิดลบๆ ที่เกาะกินในใจให้หมดไปตั้งแต่วันนี้

1.เท่าทันความคิดของตัวเอง จิตใจของมนุษย์ฉลาดกว่าที่เราคิดไว้เยอะ มันสามารถแยกแยะความจริงและสิ่งลวง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการความคิดลบได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอแค่รู้ให้เท่าทันก็รับมือได้ไม่ย า ก โดยส่วนมาก ความคิดลบของคนเรามักเกิดจากการมองโลก 4 แบบ ดังนี้

-มองแบบสุดโต่งไม่ขาวก็ดำ

-มองแบบคิดเองเออเองเช่นเวลาเห็นใครไม่ยิ้มให้มักคิดตำหนิตัวเองไว้ก่อนว่าเราคงไปทำอะไรให้เขาไม่ชอบใจทั้งที่วันนั้นคนๆนั้นอาจอารมณ์ไม่ดีก็เป็นได้

-มองแบบจำกัดกรอบ โดยเลือกมองแต่เฉพาะด้านลบๆ

-มองแบบหายนะ นึกถึงแต่ผลลัพธ์ที่เ ล ว ร้ า ย ที่สุดที่จะเกิดขึ้น

ถ้าสามารถเท่าทันกับความคิดที่บางครั้งมักบิดเบือนสิ่งที่เห็น จนก่อให้เกิดเป็นความคิดลบๆ ในหัว ก็สามารถจัดการได้ไม่ย า ก

2.พาตัวเองออกจากความคิดลบๆ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ากำลังจมอยู่กับความคิดแ ย่ ๆ ให้ลองหยุดพักและให้เวลากับตัวเอง แค่สั้นๆ เพียง 5 นาที เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากความคิดลบนั้นๆ ไม่เอาใจไปจดจ่อ เมื่อดีขึ้นแล้วค่อยๆ พาตัวเองกลับมาแล้วใช้ชีวิตตามปกติต่อไป

3.หยุดทำตัวเป็นผู้พิพากษาคนเรามักชอบทำตัวเป็นจอมตัดสินทั้งตัดสินตัวเองและผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆซ้ำร้ า ย ยังชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจนทำให้เป็น

ทุกข์แม้นิสัยชอบตัดสินนี้จะแก้ย า กและไม่ได้ตัดกันได้ง่ายๆแต่ถ้าทำได้จะรู้สึกราวกับได้ปลดแอกตัวเองจากพันธนาการที่โอบรัดหรือถ้าลองพย า ย า มแล้วทำไม่ได้จริงๆให้ลองเปลี่ยนนิสัยชอบตัดสินคนอื่นด้วยทัศนคติลบมาเป็นใช้ทัศนคติด้านบวกเป็นเกณฑ์แทน

4.ฝึกตัวเองให้รู้จักขอบคุณสิ่งดีๆ รอบตัว มีผลงานวิ จั ย พบแล้วว่า การกล่าวคำขอบคุณให้ติดเป็นนิสัยมีผลต่อระดับความสุข และ ความคิดบวกของคนเรา

ต่อให้คุณพบกับช่วงเวลาที่ต้องพบกับความท้าทายในชีวิต เชื่อเถอะว่าคุณก็ยังสามารถพบกับสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกของคุณได้ คุณควรหมั่นสังเกตว่าอะไรคือสิ่งที่ทำแล้วทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุข จงพย า ย า มอยู่กับสิ่งนั้น นอกจากนี้คุณอาจเขียนบันทึกเพื่อขอบคุณสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวที่เราเจอในแต่ละวันเก็บไว้

5.โฟกัสกับจุดแข็งที่คุณมีธรรมชาติของมนุษย์มักจมปลักอยู่กับความคิดลบๆและมองข้ามความคิดบวกเพื่อก้าวผ่านหลุมพลางดังกล่าวคุณต้องเริ่มฝึกตัวเอง

ให้หันมาโฟกัสกับจุดแข็งที่มีเลิกเอาใจไปผูกกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและเมื่อใดที่รู้สึกแ ย่ ให้พย า ย า มคิดถึงสิ่งที่คุณรู้สึกชอบตัวเองในมุมนั้นเข้าไว้

6.หาตัวช่วยเสริมเกราะความคิด หากคุณพบว่า ไม่สามารถจัดการความคิดของตัวเองได้จริงๆ และความคิดลบๆ ที่อัดแน่นในหัวกำลังคุกคามการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ

และ ทำให้หนทางแห่งความสุขในการใช้ชีวิตของคุณเต็มไปด้วยขวากหนาม ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยบำบัดจิตใจ คลายอารมณ์ที่เศร้าห ม อ งของคุณออกไป

ที่มา : terrabkk

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

7 นิสัยแย่ๆ ในที่ทำงาน หลายคนทำ..แต่ไม่รู้ตัว

1. สร้างภาพ พอหัวหน้าอยู่ ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต…