Home ข้อคิดสอนใจ 5 สัญญาณเตือนว่า “คุณบ้างาน” ทำงานหนักเกินไป..ระวังมันจะสายเกินแก้

5 สัญญาณเตือนว่า “คุณบ้างาน” ทำงานหนักเกินไป..ระวังมันจะสายเกินแก้

7 second read
0
0
190

อยู่ตั้งแต่ออฟฟิศเปิด จนออฟฟิศปิด

การมาถึงตั้งแต่ออฟฟิศเปิดแล้วอยู่ยาวจนออฟฟิศปิดไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

เพราะบางคนก็ต้องการทำงานในสภาวะที่เงียบพอจะจดจ่อกับงาน

แต่ถ้าเราใช้เวลากว่า 12 ชั่ ว โมงการทำงาน ผลลัพธ์ที่ได้มักจะลดประสิทธิภาพลงไป

เพราะจริง ๆ แล้วการเพิ่ม ชั่ ว โมงทำงานให้มากขึ้นนั้นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีนั่นเอง

โต๊ะทำงาน โต๊ะกินข้าว โต๊ะเดียวกัน

ถ้าถึงขั้นที่ไม่เหลือเวลาพักทานข้าวกลางวัน หรือต้องเอา อ า ห า ร

มากินที่โต๊ะทำงานแล้วล่ะก็เป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังบ้างานมากเกินไปแล้ว

เพราะเวลานี้คือเวลาที่เราจะพัก ส ม อ ง ได้ดีที่สุด ถ้าไม่มีเวลาเหลือแม้แต่ครึ่ง ชั่ ว โมง

ในการกิน อ า ห า ร การเสนอให้บริษัทจ้างพนักงานเข้ามาเพิ่มอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

ไม่มีงานอดิเรกให้ผ่อนคลาย

เราทุกคนต่างก็มีเรื่องที่สนใจต่างกัน บางคนอาจจะสนใจดนตรี บางคนสนใจเรื่องกีฬา

หรือบางคนก็ชอบการท่องเที่ยวผจญภัย แต่สำหรับคนที่มีอาการบ้างานนั้น

ทุกอย่างในชีวิตจะเกี่ยวข้องกับเรื่องงานเสมอ ถ้าถามว่าชอบทำงานอดิเรกอะไร

สิ่งที่เขาตอบมาก็หนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวกับงานอีกเหมือนเดิม

กังวลที่ไม่ได้ทำงาน

คนทั่วไปมักจะใช้เวลาช่วงพักร้อนเพื่อผ่อนคลายความ เ ค รี ย ด จากงานประจำที่ทำ

เป็นการไปชาร์จพลังเพื่อให้พร้อมกลับมาลุยต่อกับงาน แต่ถ้าเป็นคนที่บ้างานแล้วล่ะก็

เขาจะรู้สึกว่าการลาพักร้อนไม่ได้จำเป็นอะไรกับชีวิต

แถมหลายครั้งก็ยกโน๊ตบุ๊ค พกเอางานไปทำตอนที่พักร้อนด้วยซ้ำ

แล้วจะแก้อย่างไร เพื่อไม่ให้บ้างานจนเกินไป

พักระหว่างวันบ้าง

ลองลุกออกจากโต๊ะทำงานในช่วง อ า ห า ร เที่ยง ออกไปหาร้านนั่งกิน อ า ห า ร กลางวันกับเพื่อน ๆ

ในแผนกดูบ้าง แล้วก็หาเวลาสั้น ๆ สัก 5 – 10 นาทีในช่วงบ่าย พัก ส ม อ ง

เดินผ่อนคลาย หรือจะไปหาขนม จิบกาแฟเพื่อให้ ส ม อ ง แล่น

ก็จะช่วยให้ความ เ ค รี ย ด และความกดดันลดลงได้แล้ว

ปรับมุมมองการทำงาน

อย่าคิดว่าคนที่ใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด หรือใช้วันลาพักร้อนบ่อย

จะเป็นคนที่ไม่มุ่งมั่นกับการทำงาน เพราะการไม่ต้องทำงานหนักทุกวัน

แล้วมีเวลาได้พัก ส ม อ ง บ้างก็น่าจะช่วยให้เรากลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำสมาธิ

วิธีง่าย ๆ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี การทำสมาธิจะช่วยให้เราผ่อนคลาย

พยายามฝึกหายใจให้ช้าลงเพื่อที่ ส ม อ ง และหัวใจของเราจะได้พักไปพร้อมกัน

เพราะปกติแล้วคนที่บ้างานจะมีความคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา

ถ้าเราสลัดมันทิ้งไปได้ในช่วงทำสมาธิก็จะช่วยให้จิตใจของเราสงบขึ้น

ไม่เอางานกลับมาทำที่บ้าน

วิธีนี้จะช่วยให้เรามีเวลาอยู่กับเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น วิธีการง่าย ๆ

ก็คือไม่เอางานกลับมาทำที่บ้าน ปิดโทรศัพท์ ไม่แชทเรื่องงาน งดเช็กอีเมล

แค่นี้ก็จะช่วยให้เรารักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานได้แล้ว

ถ้าตอนนี้เรากำลัง เ ค รี ย ด และกดดันกับอาการบ้างานที่เริ่มกระทบชีวิตด้านอื่น ๆ

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับครอบครัว สุ ข ภ า พ กาย และ สุ ข ภ า พ จิต

ลองปรับพฤติกรรมในชีวิตทีละเล็กทีละน้อย อาจเริ่มจากวิธีที่ง่ายอย่างการพักระหว่างวัน

หรือทำสมาธิก่อน แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้เรากลับมา

มีชีวิตที่สมดุลและมีความสุขกับการทำงานเพิ่มขึ้น

ที่มา : b l o g . j o b t h a i

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สิ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน “ลำบากตอนแก่”

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครคิดเพราะต้องดีลกับปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องค…