Home ข้อคิดสอนใจ 5 วิธีปลดหนี้ ใช้ได้จริง..แม้หนี้ท่วมหัว

5 วิธีปลดหนี้ ใช้ได้จริง..แม้หนี้ท่วมหัว

12 second read
0
0
1,526

หากพูดถึงปัญหาด้านการเงินที่ทุกคนต้องเผชิญหน้า และมักจะเข้าสู้วงจรที่มักแก้กันไม่ตกอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็คือ ‘การเป็นหนี้’ ซึ่งในยุคสมัยนี้คนเรามีแนวโน้มที่จะเป็นหนี้ได้ง่ายขึ้น

จากการใช้จ่ายผ่านบั ต ร เ ค ร ดิ ตหรือการชอปปิงออนไลน์ต่างๆ ซึ่งการที่มีจำนวนหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับค่าครองชีพที่แพงสวนทางกับรายได้ที่มีอยู่เท่าเดิม ทำให้หนี้กลายเป็นภาระที่รัดแน่นและนำไปสู่ปัญหาชีวิตในด้านอื่นๆ ตามมา

จะดีกว่าไหม? ถ้าคุณสามารถปลดหนี้หนี้ที่มีอยู่ให้หายไปได้ด้วยการปฏิบัติตาม 5 วิธีปลดหนี้ไวที่นำมาฝากกัน โดยแต่ละไอเดียนั้นถือเป็นเคล็ดลับทางการเงินที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินคงค้างได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

1. แยกประเภทหนี้ให้ถูกต้อง

ในกรณีที่มีหนี้สินหลายก้อน แนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดหมวดหมู่หนี้ออกมาเป็นประเภท เพื่อเป็นการจัดลำดับหนี้สินที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถตัดสินใจได้ว่า หนี้ในส่วนไหนเป็นเงินคงค้างที่ต้องได้รับการชำระก่อน-หลัง โดยคุณสามารถแบ่งแยกหนี้ที่มีออกเป็น 2 กลุ่มได้ดังนี้

หนี้ดี – หนี้ไม่ดี

การปลดหนี้ด้วยการคัดแยกหนี้ดีและหนี้ไม่ดี เป็นวิธีการจัดหมวดหมู่หนี้ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้พฤติกรรมการใช้เงินที่ก่อให้เกิดหนี้ตามมาได้ในทีเดียว

โดยจะต้องจำแนกให้ได้ว่า หนี้ที่มีอยู่หลายก้อนนั้นเป็นหนี้ที่สามารถสร้างรายได้กลับมาให้ในภายหลัง (หนี้ดี) หรือเป็นหนี้ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ตามมาเลย (หนี้ไม่ดี)

ยกตัวอย่างหนี้ทั้ง 2 รูปแบบ เช่น หนี้จากการซื้ อสินค้า เสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ ที่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตลอดไปจนถึงการกินอ า ห า รหรูมื้อละหลายร้อยบาท ทั้งหมดนี้เป็นหนี้ไม่ดีที่เกิดจากความฟุ่มเฟือยของตัวเอง

ส่วนประเภทหนี้สินที่เกิดจากการล ง ทุ นอย่างการปล่อยเช่าอสังหาฯ จะเป็นหนี้ที่จัดอยู่ในประเภทหนี้ดีที่สามารถสร้างรายได้จากค่าเช่า ซึ่งช่วยในการผ่ อ นทรัพย์สินที่ซื้ อมา แถมยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลาหากต้องการจะขายในภายหลังก็ยังสร้างกำไรให้กับเจ้าของหนี้ได้อีกด้วย

จัดลำดับหนี้ตามอัตราการเสียด อ ก เ บี้ ย

หลังจากจำแนกหนี้ดี-หนี้ไม่ดีได้แล้ว ก็ให้นำหนี้ทั้ง 2 ประเภทมาจัดอันดับและแยกแยะเพื่อเข้าสู่กระบวนการปลดหนี้ในขั้นต่อไป นั่นก็คือ การเรียงลำดับว่า

หนี้ก้อนไหนเป็นหนี้สินที่จะต้องเสียด อ ก เ บี้ ยมากที่สุด ให้เริ่มปลดหนี้ส่วนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหยุดวงจรการทบต้นทบดอกของหนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้ไวยิ่งขึ้นด้วย

2. หยุดวงจรการสร้างหนี้

ในระหว่างที่ยังชำระหนี้เก่าไม่หมดก็ต้องหยุดการสร้างหนี้ใหม่ด้วยมาตรการรัดเข็มขัดให้ตัวเอง ซึ่งคุณสามารถศึกษาวิธีการ ลด ละ เลิก การสร้างหนี้ได้ดังนี้

ตัดภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

วิธีการหยุดวัฏจักรหนี้คงค้าง สิ่งแรกที่ต้องเริ่มทำเลยคือ การเริ่มต้นควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยการหั่นรายจ่ายต่างๆ ที่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยที่ทำให้กระแสเงินสดของคุณสะดุด

เช่น การชอปปิง, การสังสรรค์, การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการช่วยปลดหนี้ เพราะคุณสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ในการปลดหนี้บางส่วนได้ก่อนที่ด อ ก เ บี้ ยจะบานปลาย

หยุดการใช้บั ต ร เ ค ร ดิ ต

บั ต ร เ ค ร ดิ ตถือเป็นตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยสำหรับคนในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยรูปแบบการใช้งานที่แสนสะดวกสบาย ใช้ผ่ อ นสินค้าง่าย แถมยังมีส่วนลดล่อตาล่อใจ ทำให้บั ต ร เ ค ร ดิ ตกลายเป็นตัวสร้างหนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ถ้าคุณมีบั ต ร เ ค ร ดิ ตหลายใบและไม่สามารถวางแผนการใช้งานได้ แน่นอนว่า จะสร้างหนี้เกินกว่าที่จะจ่ายไหว ดังนั้น คุณจะต้องหยุดการใช้บั ต ร เ ค ร ดิ ตเพื่อเป็นการปลดหนี้บั ต ร เ ค ร ดิ ตให้หมดไว ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายให้ดีขึ้นได้ด้วย

ห้ามยุ่งกับการกู้หนี้นอกระบบ

แม้จะอยู่ในช่วงที่กระแสเงินสดขาดมือมากขนาดไหนก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการกู้หนี้นอกระบบเด็ดขาด เพราะการกู้หนี้นอกระบบจะทำให้คุณเจอกับเจ้าหนี้ที่คิดด อ ก เ บี้ ยในอัตราที่เกินกว่ากฎเกณฑ์ ทำให้หนี้สินที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าความสามารถในการจ่าย แถมยังเสี่ยงอั น ต ร า ยกับการถูกตามทวงหนี้ด้วยวิธีนอก ก ฎ ห ม า ยอีกด้วย

เลิกใช้วิธีหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้

การยืมเงินจากเพื่อนอีกคนหนึ่งมาโปะยอดหนี้ของเพื่อนอีกคนหนึ่ง หรือการใช้วิธีถอนเงินสดจากบั ต ร เ ค ร ดิ ตออกมาเพื่อใช้จ่ายหนี้อื่นๆ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่วิธีที่ทำให้คุณปลดหนี้ได้

แถมยังมีโอกาสเพิ่มหนี้สินจากการเพิ่มอัตราด อ ก เ บี้ ยในส่วนที่หยิบยืมเงินจากอนาคตมาใช้ รวมถึงอาจทำให้เสียความเชื่อใจกับคนรอบข้างได้ด้วย

ดังนั้น การปลดหนี้ให้ได้ผลจึงควรเลิกใช้วิธีการหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้คงค้างเดิม แต่ควรจะเริ่มจากการลดค่าใช้จ่าย และเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยการวางแผนการชำระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ปรับแผนทางการเงินใหม่

วิธีการที่จะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้เร็วและยั่งยืนมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการเริ่มต้นปรับแผนทางการเงินใหม่ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดหนี้และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีแล้ว ยังเป็นพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินให้ชีวิตสามารถบรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งใจในระยะยาวได้อีกด้วย

โดยในบทความนี้จะขอหยิบยกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินที่จะช่วยทำให้คุณปลดเปลื้องภาระหนี้ที่มีอยู่ออกไปได้จนหมด และสร้างวินัยทางการออมขั้นเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วย 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 วางแผนรายรับ-รายจ่าย

สาเหตุที่คนเรามักมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัว เป็นเพราะมองไม่เห็นว่าในแต่ละเดือนเราหมดเงินไปกับสิ่งต่างๆ มากน้อยแค่ไหน

ดังนั้น การเริ่มต้นปลดหนี้ด้วยการวางแผนรายรับ-รายจ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้มองเห็นภาพกว้างมากขึ้นว่า ในแต่ละเดือนควรสร้างสมดุลให้กับรายรับและรายจ่ายให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ด้วยการสร้าง 2 บัญชีหลักไว้สำหรับบันทึกค่าใช้จ่าย ดังนี้

บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

เป็นรูปแบบบัญชีที่ช่วยในการสำรวจตัวเองว่า การใช้เงินในแต่ละวันเกินงบที่ตั้งไว้แต่แรกหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เสียไปแบบเปล่าประโยชน์เพราะพฤติกรรมแบบเดิมๆ หรือเปล่า

เช่น ค่าเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม ชา กาแฟ ที่ต้องจ่ายวันละ 20-30 บาท ฯลฯ เงินจำนวนนี้อาจจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่เมื่อนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

มาดูพร้อมกันก็จะเห็นความฟุ่มเฟือยที่อาจไม่จำเป็นเกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีสำหรับการปลดหนี้ เนื่องจากไม่สามารถลดรายจ่ายได้เลย

ดังนั้น บัญชีประเภทนี้จึงเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่า คุณควรจะเริ่มปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายในแต่ละวันอย่างไร ถึงจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน

เป็นบัญชีภาพรวมที่จะทำให้มองเห็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่ามีสัดส่วนเป็นอย่างไร โดยต้องทำการแบ่งหมวดหมู่การใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนเอาไว้ว่า

มีรายรับและรายจ่ายอะไรที่หมุนเวียนในเดือนนั้นๆ บ้ าง และควรลดสัดส่วนการใช้จ่ายตรงไหนถึงจะสามารถหักลบกลบกับหนี้ที่มีได้ทันกับเวลาที่กำหนด

ขั้นที่ 2 ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

ปกติแล้วจะเป็นการวางแผนเพื่อการออมเงิน แต่สำหรับคนที่ยังมีหนี้ การตั้งเป้าหมายในครั้งนี้อาจจะเป็นการตั้งเป้าการชำระหนี้ให้ครบโดยเร็ว ซึ่งอาจใช้การกำหนดเวลาช่วยด้วยก็ได้

เช่น มีหนี้อยู่ทั้งสิ้น 1 ล้านบาทต้องการชำระให้หมดภายใน 2 ปี

การตั้งเป้าแบบนี้ก็จะช่วยทำให้คุณมองเห็นว่า หากต้องการใช้หนี้จำนวนนี้ในระยะเวลา 2 ปี ในแต่ละเดือนควรจะเริ่มทำอะไรบ้ าง ซึ่งอาจจะเริ่มวางแผนการเก็บเงินให้ได้เดือนละ 42,000 บาท

ด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินออมทรัพย์ที่ให้ด อ ก เ บี้ ยสูง, การล ง ทุ นในกองทุนรวม หรือการหารายได้เสริมที่นอกเหนือไปจากเงินเดือน เป็นต้น

ขั้นที่ 3 รู้จักการล ง ทุ นในสินทรัพย์ต่างๆ

การล ง ทุ นก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณบรรลุเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ไวขึ้น โดยอาจจะแบ่งหนี้ที่สามารถชำระได้ในระยะยาวออกมา และคำนวณดูว่า การล ง ทุ นแบบไหนที่จะสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอจะชำระหนี้ก้อนนี้ได้บ้ าง

แต่ก็อย่าลืมว่าการล ง ทุ นมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงด้านการล ง ทุ นเท่าที่รับไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้เวลาศึกษาสำหรับผู้เริ่มต้นการล ง ทุ น

4. รู้จักวิธีช่วยลดหนี้

หากพูดถึงหนี้สิน แน่นอนว่า ต้องมาพร้อมกับด อ ก เ บี้ ยที่ถ้าปล่อยไว้เรื่อยๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งในหัวข้อนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับวิธีการลดภาระด อ ก เ บี้ ยจากการรีไฟแนนซ์ (Refinance)

ที่เป็นวิธีการชำระเงินกู้เดิมด้วยเงินกู้ใหม่ และใช้สินทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน โดยสามารถทำได้จากการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่

เช่น คนมีบ้ านอาจจะเลือกใช้ตัวช่วยลดหนี้อย่างการรีไฟแนนซ์บ้ าน ซึ่งเป็นวิธีการช่วยลดอัตราด อ ก เ บี้ ย เพิ่มระยะเวลาการกู้ และจ่ายค่างวดในการผ่ อ นบ้ านน้อยลงกว่าเดิม ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นได้มากขึ้น สามารถนำไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้ต่อไป

5. เข้าไปคุยกับธนาคาร

เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การเลือกเข้าไปคุยกับธนาคารจึงถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อขอประนอมหนี้ และทำการตกลงกับทางธนาคารในการปลดหนี้ที่มีทั้งหมดใหม่

เช่น การขอปรับลดด อ ก เ บี้ ยชั่ วคราว, การขอจ่ายแค่ด อ ก เ บี้ ยชั่ วคราว, การขอหยุดชำระหนี้ชั่ วคราว ฯลฯ เพื่อเป็นการคืนสภาพคล่องทางการเงินและตั้งหลักได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการพิจารณาประนอมหนี้ทั้งหมด จะแล้วแต่กรณีและขึ้นอยู่กับทางธนาคารว่า จะเริ่มต้นปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรได้บ้ าง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นให้ก่อนในระยะสั้น

แต่อย่างไรก็ตามคุณจะต้องหาวิธีปลดหนี้ให้ได้จนกว่าจะสำเร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นศาลและการถูกฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

สรุป

อย่างไรก็ตามวิธีการปลดหนี้ที่ดีที่สุด คือการเริ่มยอมรับถึงนิสัยและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัวของตนเอง รวมถึงพยายามปฏิบัติตามกระบวนการปลดหนี้ที่ตัวเองวาง

ไว้อย่างเต็มความสามารถด้วยความตั้งใจจริง รับรองเลยว่า หากเรามีวินัยและมีความตั้งใจที่ดีแล้วจะสามารถปลดหนี้ที่มีอยู่จนหมดได้อย่างแน่นอน

ที่มา : b l o g.g h b a n k

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สาเหตุที่คนเก่งๆ ต้องลาออก เพราะหัวหน้า

1. ความก้าวหน้าในงาน ลูกน้องเก่ง ๆ ต้องการประสบความสำเร็จ มักแสดงศักยภาพให้หัวหน้าได้เห็น …