Home ข้อคิดสอนใจ 5 พฤติกรรมของหัวหน้า อย่าใช้กับลูกน้อง

5 พฤติกรรมของหัวหน้า อย่าใช้กับลูกน้อง

21 second read
0
0
231

1. พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ

“โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ยังมีงาน ให้ทำในช่วงวิกฤ ต แบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ

ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็นหัวหน้า แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ

ลักษณะคำพูดทำนองนี้ ถือเป็นพฤติกรร ม

ที่ไม่ควรทำเพราะลูกน้องของเรา ก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา

ซึ่งการสอนผู้ใหญ่ จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์

การทำงานมาก่อนไม่มาก ก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจต้องการประโยชน์

ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ What’s in it for me?

ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ

เช่นเดียวกันกับเรา ซึ่งไม่ใช่ไปยกมือไหว้หรือยกยอปอปั้นเขา

แต่เป็นการให้เกียรติในมุมมอง การทำงานของเขาและประสบการณ์การทำงานของเขา

2. ตำหนิลูกน้องต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น

“ทำไมคุณถึงมีปัญหา อยู่คนเดียวคนอื่น เขาไม่เห็นมีปัญหา แบบนี้เลย”,

“คุณอย ากได้นู่นได้นี่ แต่ผลงานไม่เห็นเคยมีปรากฎเหมือนคนอื่นเลยนะ สักแต่พูดแต่คุณไม่เคยทำได้เลย” ฯลฯ

ถ้อยคำตำ ห นิ ต่อว่าลูกน้องทำนองนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน และลูกน้องคนอื่นๆ

รวมถึงการเปรียบเทียบว่าคนหนึ่งดีแต่ อีกคนไม่ดีเป็นการทำให้คนเสียหน้า เสียใจ

เสียความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่หัวหน้าไม่ควรทำอย่างยิ่งคำแนะนำ ในการปรับเปลี่ยนคือควรเรียกลูกน้อง

เข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดถึง พฤติกรร มที่เฉพาะเจาะจงของเขาไปเลยว่า

ทำอะไรผิดพลาด เราอย ากให้เขาปรับปรุงแก้ไข อย่างไร

เช่น คุณมาสาย 2 ครั้งสัปดาห์นี้ 8.30 น. และ 9.45 น.

ในขณะที่ต้องเข้างาน 8.00 น. ตรง ผมขอให้มาทำงานให้ตรงเวลานะ

แล้วเริ่มประชุม ตอน 8.15 น. ตามที่เคยตกลงไว้ คุณเป็นคนสำคัญที่จะใส่

ความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน คุณทำได้ไหม คิดเห็นอย่างไร

3. ปิดกั้ น ความคิดเห็น และไอเดียของลูกน้อง

หลายครั้งหัวหน้า หลายๆ คน ก็มักชอบพูดทำนองว่า “ไอ้ที่เสนอมามันก็ดีนะ

แต่ว่าก็ลองกันมาหมดแล้ว มันไม่เวิร์ค อย่าเสียเวลาเลย” ฯลฯ

ประโยคแบบนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หัวหน้า ต้องหยุดพูด

เพราะหน้าที่ของหัวหน้าที่ดีคือ ต้องพย าย ามสร้างสรรค์ให้ลูกน้องกล้าพูดกล้านำเสนอ

“Encourage People to bring their brain to work.”ต้องสนับสนุนให้ทุกคนใช้ส มอง

ในการทำงานไม่ใช่หัวหน้าเก็บเอาไว้ คิดคนเดียว

ทำทุกอย่างคนเดียว เอา Task List เอางานกลับไปทำที่บ้านคนเดียว

จนเหนื่อยท้อหัวหน้าที่ดีจะต้องสนับสนุน ให้ทุกคนทำงาน เพื่อให้เขาเติบโต

เพราะเขาเองก็สามารถทำได้ดี และอย ากทำให้ดีที่สุดในอาชีพของเขาด้วยเหมือนกัน

4. ทำให้ความผิดของพนักงานส่วนน้อย กระทบกับบรรย ากาศการทำงานโดยภาพรวม

เช่นในกรณี แค่เรื่องมาสาย ของลูกน้องคนเดียว แต่เราโกรธมาก

เพราะรู้สึกว่าเขาไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว จึงออกคำสั่งกับลูกน้องทุกคนว่า

“การมาสายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต่อไปนี้ทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลาไม่เช่นนั้น

จะถูกลงโทษอย่าง รุ น แ รง” พร้อมกับส่งอีเมลกำชับ ให้ทราบโดยทั่วกัน

การกระทำลักษณะนี้ ของหัวหน้า ถือเป็นการเอาความผิดเล็กๆ

ของคนๆ เดียวมาเหมารวมทุกคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เอาความผิดของคน 1 คนมาทำล าย ขวัญ

กำลังใจ และบรรย ากาศในการทำงานจนหมดสิ้นซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับลูกน้องทุกคนเป็นวงกว้าง

เวลาที่เราต้องการจะปลุกใจคน ดึงพลั งของคนขึ้นมาบรรย ากาศถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

เราบังคับให้ม้ากินน้ำไม่ได้ แต่เราจูงม้าไปที่แม่น้ำ และสร้างบรรย ากาศให้ม้าอย ากกินน้ำ

ได้ด้วยการทำให้เห็นม้าตัวอื่นกินน้ำ กินน้ำแล้วมีความสุข จนเกิดความอย ากกินตามไปด้วย

เพราะฉะนั้น หน้าที่ของหัวหน้าจึงต้องพึงระวังคำพูด รวมถึงท่าทางและน้ำเสียงของตัวเองเพื่อรักษ า

บรรย ากาศที่ดีในการทำงานเอาไว้ให้ได้ รักษ าขวัญและกำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้

5. กล่าวคำชมเชยแบบไม่เฉพาะเจาะจง

บางครั้ง หัวหน้าก็อย ากสวมบทบาท เป็นนางฟ้าที่คอยชื่นชมให้กำลังใจ พนักงาน

แต่คำชมของเราบางทีก็กว้างเกินไป ไม่เฉพาะเจาะจง จนบางครั้งลูกน้องรู้สึกว่า

“หัวหน้าเสแสร้ง” เช่น Oh! Nice job everybody, today you did a good job.

“วันนี้ทุกคนทำดีมาก โอ้ ประเสริฐ ยอดเยี่ยม”

คำชมทำนองนี้ มีลักษณะกว้างเกินไป ควรปรับให้มีความเฉพาะเจาะจง ลงไปเลย

เช่น วันนี้ตอนที่น้องแก้ปัญหา ให้ลูกค้า น้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงประเด็น

น้องใช้น้ำเสียงไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส พี่ขอบคุณมากนะคะ เป็นต้น

การกล่าวคำชม แบบเฉพาะเจาะจง พฤติกรร ม จะทำให้เกิดการทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงาน มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เวลาที่หัวหน้าสั่งงาน ก็ควรสั่งให้ชัดเจน

เพราะบางที เราก็โมโห เพราะความไม่ชัดเจนของเราเอง

เช่น ส่งงานพี่พรุ่งนี้เช้านะทุกคน พรุ่งนี้เช้าต้องได้งานทันทีแต่คำว่าพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ชัดเจนว่า

คือกี่โมงพอ 9 โมงเช้าไม่มีใครมาส่งงาน ที่โต๊ะเราก็หงุดหงิดโมโห

ทั้งที่จริง ๆ แล้ว 10 โมง หรือ 11 โมง ก็ยังถือว่าเช้าได้อยู่

ดังนั้น ในการสั่งงานของหัวหน้า จึงควรระบุให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

เช่น ส่งงานพร้อมกัน ที่โต๊ะพรุ่งนี้เช้า ก่อน 8.00 น. เป็นต้น ลูกน้องจะทำงานได้ดีแค่ไหน

ดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

หัวหน้าถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเป็นได้ทั้งคนที่คอยส่งเสริม

และคอยบั่ น ทอนในเวลาเดียวกันขึ้นอยู่กับว่าดูแลแนะนำ และปฏิบัติต่อลูกน้อง

อย่างเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ในทุก ๆ สถานการณ์ของการทำงานหัวหน้า

จึงมีหน้าที่เสริมสร้างพลั ง ให้กับทีมลูกน้องทุกคนโดยต้องคอยหลีกเลี่ยง พฤติกรร ม

ไม่ดีที่จะส่งผลเสียบั่ น ทอน ไฟและกำลังใจในการทำงานของลูกน้องให้ได้มากที่สุด

ที่มา : p a n j i t

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

10 วิธี บอกลาหนี้ จงเริ่มต้นใหม่..จะไม่ลำบากตอนแก่

1.ต้องรู้ยอดรายได้ตัวเองและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด คนเป็นหนี้จะมาใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม…