Home ข้อคิดสอนใจ 5 คำพูดของหัวหน้า “ทำให้เสียบรรยากาศ” ใครได้ยินก็ไม่ชอบ

5 คำพูดของหัวหน้า “ทำให้เสียบรรยากาศ” ใครได้ยินก็ไม่ชอบ

10 second read
0
0
150

คำพูดของหัวหน้าที่ทำให้คนฟังไม่พอใจ 5 ประเภท

เราสามารถแบ่งคำพูดของหัวหน้าที่ทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดใจได้ 5 ประเภท ดังนี้

หัวหน้าที่ชอบใช้คำพูดเหน็บแนม เสียดสี

ปกติต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

ลูกน้อง : เอก ส า ร ชุดนี้ให้ก๊อปปี้ไว้ไหมครับ

หัวหน้า : อืม ปกติต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

ภายในใจของลูกน้อง : แล้วคำว่า ปกติของหัวหน้า นี่คือยังไงล่ะครับ!!!

ถึงแม้ว่าคนพูดอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับคนฟังแล้ว

คงรู้สึกเหมือนถูกเหน็บแนมอยู่นิดๆ ล่ะครับ

ลูกน้อง : ถ่ายเอก ส า ร ชุดนี้เพิ่มไว้อีกชุดไหมครับ

หัวหน้า : อืม ฝากด้วยนะ

ถ้าลองเปลี่ยนคำพูดเป็น ฝากด้วยนะ หรือ วานหน่อยนะ

จะทำให้ดูซอฟท์ลงมากกว่าและไม่รู้สึกว่ากำลังถูกเหน็บอยู่ได้ครับ

รู้ดีหนิ

ลูกน้อง : คำนี้ ใช้บ่อยใน Marketing สินะครับ

หัวหน้า : อืม รู้ดีหนิ

คำพูดลักษณะนี้ คนฟังจะรู้สึกเหมือนโดนดูถูกได้

แม้จะไม่มีน้ำเสียงเข้ามาเกี่ยว ลองเปลี่ยนคำพูดเป็น

“ใช่เลย” หรือคำอื่นๆ ที่ไม่แฝงความรู้สึกดู ถูกเหน็บแนมไว้จะดีกว่าครับ

อุ๊ย

ลูกน้อง : วันนี้มีประชุมตอน 10:00 น. นะครับ

หัวหน้า : อุ๊ย~ จริงด้วย

ลูกน้อง : เอก ส า ร ที่ขอให้หัวหน้าเซ็นเมื่อวาน ได้รึยังครับ

หัวหน้า : อุ๊ย~ รอแปบนึงน้า

คำพูดนี้คุณอาจใช้เป็นคำแก้ตัวเมื่อลืมทำอะไรไปบางอย่าง

แต่บางครั้งก็ทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดใจได้ไม่น้อย

เพราะฉะนั้นหัวหน้าควรใช้เลือกคำพูดที่ฟังแล้วไม่คลุมเครือ ตอบให้ชัดเจนจะดีกว่าครับ

ก็ทำได้หนิ

ลูกน้อง : งานที่หัวหน้าสั่งมาผมทำเสร็จแล้วครับ

หัวหน้า : อืม ก็ทำได้หนิ

ในสถานการณ์แบบนี้ แทนที่จะพูดคำที่ให้ความรู้สึกไปในทางลบ

คำพูดเหน็บแนม ควรพูดขอบคุณหรือขอบใจมากกว่าครับ

สำหรับคนฟังเองพอได้ยินคำขอบคุณ ก็ทำให้มีแรงใจในการทำงานมากขึ้นด้วย

คนส่วนใหญ่เขาก็ทำกันนะ

ลูกน้อง : ทำอย่างนี้ก็ได้ใช่ไหมครับ

หัวหน้า : คนส่วนใหญ่เขาก็ทำแบบนี้กันนะ

คนที่ได้ฟังคำพูดแบบนี้ ต้องมีคิดกันบ้างล่ะว่า

คนส่วนใหญ่ที่พูดถึงนี่คือใคร

มาจากไหน เกี่ยวอะไรกับการสนทนาครั้งนี้

นอกจากนี้เป็นธรรมดาที่คนเราจะรู้สึกไม่ชอบใจ

เมื่อโดนเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

ดังนั้นการเลี่ยงคำพูดในเชิงเปรียบเทียบ

จึงเป็นอีกเรื่องที่สามารถรักษาน้ำใจของคนฟังได้ครับ

อย่างนั้นหรอครับ

หัวหน้า : อ๋อ~ อย่างนั้นเองหรอครับ

จริงอยู่ ที่การพูดสุภาพเป็นเรื่องที่ควรพึงกระทำกัน

แต่ในอีกแง่หนึ่ง การที่คนเป็นหัวหน้าใช้การพูดสุภาพกับลูกน้อง

โดยที่ไม่ใช่นิสัยของหัวหน้าคนนั้นอยู่แล้ว

คนฟังอาจตีความหมายคำพูดนั้นไปในเชิงเหน็บแนมได้

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่พูดสุภาพเป็นนิสัยอยู่แล้ว

ให้พูดตามสไตล์ปกติของคุณเองจะดีที่สุดครับ

ว่างไหม?

ลูกน้อง : (กำลังพิมพ์งานอยู่)

หัวหน้า : ยามาดะคุง ว่างไหม?

ลูกน้อง : …ครับ ว่างครับ

เมื่อโดนหัวหน้าถามว่า ว่างไหม จะมีพนักงานสักกี่คนที่กล้าตอบว่า ไม่ว่าง

หลายๆ คนก็คงมีแอบคิดบ่นในใจด้วยซ้ำไป

แต่ในเมื่อเราอยู่ในตำแหน่งผู้ใต้บังคับบัญชา

ถึงแม้ในใจจะค้านหัวชนฝาแค่ไหน เราก็ต้องตอบว่าว่างไว้ก่อน

หัวหน้าที่ชอบใช้คำพูดเชิงบังคับ

เข้าใจไหม

หัวหน้า : ตรงนี้มันไม่ได้ทำแบบนี้นะ เข้าใจไหม?

คำพูดแบบนี้จะทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้ตอบว่า เข้าใจ

เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบปฏิเสธว่าไม่รู้ หรือไม่เข้าใจได้

ซึ่งหากคนฟังไม่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่กล้าที่จะถามต่อไป

เพราะกลัวว่าถ้าตอบว่า ไม่เข้าใจ

จะทำให้หัวหน้าไม่ไว้ใจให้เขาทำงานต่อได้

จะหยุดเหรอ

ลูกน้อง : อาทิตย์หน้าขอหยุดวันจันทร์นะครับ

หัวหน้า : เอ๊ะ จะหยุดหรอ?

ลูกน้อง : ใช่ครับ…

“จะหยุดหรอ” “จะกลับบ้านแล้วหรอ”

ใครเคยโดนหัวหน้าพูดแบบนี้ใส่บ้างครับ?

หัวหน้าที่พูดออกไปอาจจะพูดด้วยอารมณ์ขัน

ไม่ได้จริงจังอะไร แต่สามารถสร้างความรำคาญให้คนฟังได้ไม่น้อยครับ

ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ?

ลูกน้อง : นี่คืองานที่ต้องทำวันนี้ใช่ไหมครับ?

หัวหน้า : ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ?

ลองสมมติ เหตุการณ์ต่อจากนี้นะครับ

หัวหน้า : ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ?

ลูกน้อง : ผมลืมไปแล้วครับ

พนักงานคนนั้น คงได้โดนหัวหน้าเขม่นแน่นอน

ยิ่งกับคนญี่ปุ่นที่เคร่งครัดในเรื่องความสัมพันธ์

ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องแล้วด้วย อาจไม่จบแค่โดนเขม่นเฉยๆ ครับ

เคยบอกแล้วไง

ลูกน้อง : สินค้าตัวนี้สั่งมา 100 ใช่ไหมครับ?

หัวหน้า : ก็เคยบอกแล้วไง ว่าให้สั่งมา 100 เสมอ

คำพูดนี้จะทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนตัวเองได้พูดอะไรผิด

หรือทำอะไรผิดไป สำหรับลูกน้องอาจแค่ต้องการยืนยันข้อมูลให้แน่นอน

เพื่อให้งานถูกต้องไม่มีความผิดพลาด

ในการทำงานของคนญี่ปุ่น หัวหน้าที่พูดแบบนี้

จะทำให้การทำงานแบบ HOURENSO เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ทำอะไรอยู่เหรอ?

ลูกน้อง : งานที่สั่งไว้ยังไม่เสร็จครับ

หัวหน้า : เอ๊ะ แล้วมัวแต่ทำอะไรอยู่เหรอ?

หากคุณต้องการเป็นหัวหน้าที่ดีให้กับลูกน้องแล้วละก็

นี่อาจเป็นหนึ่งในคำพูดที่ไม่มีความจำเป็นต้องพูดเลยอย่างยิ่ง

เพราะคำพูดนี้อาจทำให้คนฟังรู้สึก แ ย่

และสูญเสียแรงจูงใจในการทำงานไปได้ครับ

ก่อนที่จะต่อว่าหรือใช้อารมณ์ ควรเข้าใจสภาพการณ์ของพนักงาน

ลูกน้องของคุณก่อน แล้วค่อยถามหาเหตุผลว่า

เพราะอะไรงานของเขาถึงยังไม่เสร็จ

เจอปัญหาตรงไหน แล้วดูว่าเราสามารถให้คำแนะนำอะไรได้รึเปล่า

หัวหน้าที่มีคำพูดติดปาก

แปลกนะ

หัวหน้า : แปลกนะ ผมเป็นคนเข้ากับคนแปลกหน้าได้ยากมากเลย

หัวหน้า : แปลกนะ ทำไมมันถึงไม่ราบรื่นเลยล่ะ

อาจเป็นคำพูดที่ไม่ได้แฝงความรู้สึกเหน็บแนม

หรือบังคับอะไร แต่ก็สร้างความหงุดหงิดใจ

ให้กับคนฟังได้ไม่น้อย หากพูดนำหน้าทุกๆ ประโยคในการสนทนา

ขอโทษนะ

หัวหน้า : ขอโทษนะ ช่วยทำงานนี้ให้เรียบร้อยด้วยล่ะ

หัวหน้า : ขอโทษนะ ทำงานชิ้นนั้นด้วยได้ไหม?

ในการทำงานของคนญี่ปุ่น เวลาจะสั่งงานหรือไหว้วานอะไร

คนที่เป็นหัวหน้ามักจะชอบพูด ขอโทษ (ที่รบกวน)

กันจนเป็นคำติดปาก ซึ่งฟังดูเหมือนคนพูดจะเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน

แต่ในความเห็นของคนญี่ปุ่นหลายๆ คนก็รู้สึกว่า การพูดขอโทษบ่อยๆ

ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอ่อนน้อมขนาดนั้น

กลับกันยังทำให้คนฟังรู้สึกรำคาญ ได้แต่ตั้งคำถามว่า

ถ้าจะขอโทษขนาดนี้ ทำไมไม่ทำงานชิ้นนั้นด้วยตัวเองนะ

สรุปแล้ว

หัวหน้า : สรุปแล้วก็คือความตั้งใจยังไม่มากพอไง

หัวหน้า : สรุปแล้วก็จะลาออกใช่ไหมล่ะ

คงมีหัวหน้าหลายๆ คนที่ชอบฟังข้อสรุปจากลูกน้องจนคำๆ นี้

กลายเป็นคำพูดติดปาก แต่บางครั้งคำนี้

ก็สามารถสร้างความรำคาญและ ความรู้สึกถูกเหน็บแนม ให้กับคนฟังได้

หัวหน้าที่ชอบถามกลับ

เอ๊ะ…หรอ?

ลูกน้อง : ยืนยันเอก ส า ร นี้ให้หน่อยครับ

หัวหน้า : เอ๊ะ ผมต้องเป็นคนยืนยันให้หรอ?

ลูกน้อง : ผมเอาเอก ส า ร ไปให้ท่านประธานแล้วครับ

หัวหน้า : เอ๊ะ เอก ส า ร นั้นต้องส่งให้ท่านประธานด้วยหรอ?

เมื่อเจอคำพูดแบบนี้ของหัวหน้าบ่อยๆ เข้า ลูกน้องจะรู้สึกกังวลใจ

ว่าตัวเองได้ทำงานอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า

และอาจกลายเป็นคนสูญเสียความมั่นใจไปได้เลย

แล้ว?

ลูกน้อง : เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์มากขึ้น

เราเลยคิดจะนำมิกกี้ เ ม า ส์ ที่พูดด้วยภาษาอังกฤษเข้ามาครับ

เรื่องรายละเอียดยังไม่ได้กำหนดไว้แน่ชัด และคำนวนค่าใช้จ่ายไว้ที่ 10 ล้านเยน ต่อเดือนครับ

หัวหน้า : แล้ว?

ในขณะที่ลูกน้องรายงานผลของการทำงานอย่างขะมักเขม้น

หัวหน้ากลับตอบกลับมาแค่คำสั้นๆ คำเดียวแบบนี้

ต่อให้คนพูดไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่คนฟังก็คงรู้สึกติดลบไปแล้ว

แล้วยังไงต่อ?

ลูกน้อง : เอก ส า ร ขอเบิกค่า business trip ของคุณยามาดะ มีจุดที่ผิดปกติอยู่ครับ

หัวหน้า : แล้วยังไงต่อ?

ที่พูดแบบนี้ออกมา คงเพราะหัวหน้าอยากฟังข้อสรุปของเรื่องทั้งหมด

แต่การตอบกลับด้วยคำพูดอย่าง แล้วยังไงต่อ หรอ แล้วไงล่ะ ฯลฯ

อาจทำให้คนฟังรู้สึกว่าคุณไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูดสักเท่าไร

หัวหน้าที่ชอบใช้คำพูดแสดงถึงความไร้น้ำใจ เย็นชา

คิดเองสิ

ลูกน้อง : คุณทานากะครับ สถานที่สำหรับการประชุมในวันพรุ่งนี้จัดที่ไหนดีครับ

หัวหน้า : อืม…นายคิดด้วยตัวเองได้ไหม

หัวหน้าหลายๆ คนก็ใช้วิธีการให้พนักงานเรียนรู้งานด้วยตัวเอง

เพื่อให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

แต่หัวหน้าบางคนรู้สึกว่าการสอนงานเป็นอะไรที่ยุ่งยาก

เพื่อตัดความรำคาญ จึงเลือกที่จะใช้คำพูดแบบนี้ออกไป

ทำ ร้ า ย จิตใจคนฟังโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้การทำงานด้วยกันต่อจากนี้ไม่ราบรื่น

ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่

ลูกน้อง : หัวหน้าครับ ขอเวลาสักครู่ได้ไหม

หัวหน้า : โทษที ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่

พอลูกน้องถามอะไร ก็เอาแต่ตอบไม่ว่าง

คนที่เป็นหัวหน้าในลักษณะนี้จะทำให้ลูกน้องไม่อยากที่จะถามอะไรอีก

เพราะรู้ว่ายังไงหัวหน้าก็ตอบว่ายุ่งกลับมา

และท้ายที่สุดการพูดคุยกันระหว่างหัวหน้าและลูกน้องก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ

ซึ่งบริษัทไหนที่การสื่อ ส า ร ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องน้อยเกินไป

ไม่ใช่บริษัทที่ดี เพราะการพูดคุยกัน

สำหรับพนักงานถือเป็นการเรียนรู้วิธีการทำงานอีกแบบหนึ่ง

อือ อืม เออ

ลูกน้อง : นัดบริษัท A ได้แล้วครับ

หัวหน้า : อืม

การตอบรับแค่ อืม คำเดียวอาจไม่เป็นอะไร

แต่ให้ความรู้สึกเย็นชา แก่คนฟังได้ไม่น้อยเลย

ลองแทนที่ด้วย เก่งมาก หรือ ทำได้ดีมาก จะดีกว่าครับ

ลูกน้อง : ไปทานข้าวนะครับ

หัวหน้า : อือ

ลูกน้อง : เอก ส า ร ที่ขอไว้เสร็จแล้วครับ

หัวหน้า : อืม

ลูกน้อง : ช่วยตรวจสอบเอก ส า ร ชุดนี้ด้วยครับ

หัวหน้า : เออ

จริงแล้วหัวหน้าอาจไม่ได้มีเจตนาให้คนฟังรู้สึกว่าคำตอบ

ที่เขาให้ไปฟังดูห้วนๆ หรือเย็นชา แต่อาจเพราะเลือกใช่คำผิด

จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนฟังจะรู้สึกเช่นนั้น หากลองเปลี่ยนเป็นคำพูดแบบนี้

ลูกน้อง : ไปทานข้าวนะครับ

หัวหน้า : อือ ไปทานเลย

ลูกน้อง : เอก ส า ร ที่ขอไว้เสร็จแล้วครับ

หัวหน้า : อืม ขอบใจมาก

ลูกน้อง : ช่วยตรวจสอบเอก ส า ร ชุดนี้ด้วยครับ

หัวหน้า : โอเค ได้

นอกจากจะไม่เย็นชาเกินไปแล้ว

ยังเป็นการสร้างความประทับใจให้คนฟังได้อีกด้วยครับ

คุณ, เธอ

หัวหน้า : คุณคิดว่ายังไง?

หัวหน้า : แล้วเธอล่ะ?

การใช้ คุณ เธอ เรียกอีกฝ่ายนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ แ ย่ เสมอไปครับ

เพียงแต่อาจทำให้เกิดความรู้สึกห่างเหินหรือ

แฝงความรู้สึกในทางลบเอาไว้ได้ เช่น ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนดูถูกอยู่ เป็นต้น

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับเนื้อหาที่เราได้นำมาเสนอในครั้งนี้

ในโลกมีคนอยู่มากมาย หลากหลายบุคลิก

แน่นอนว่าเราไม่สามารถไปบังคับให้เขาทำตามในสิ่งที่เราต้องการได้ทั้งหมด

การพูดก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากฟังคำพูดไม่ดี บั่ น ท อ น จิตใจ ใช่ไหมครับ

และแม้ว่าบางครั้งเราจะระมัดระมัดระวังคำพูดมากแค่ไหน

ก็อาจจะพลั้งปาก พูดทำ ร้ า ย จิตใจคนอื่นไปได้

ดังนั้นการคิดถึงใจเขาใจเรา คิดก่อนพูด ไม่ใช้อารมณ์มาตัดสินใจ

จึงเป็นอีกสิ่งที่ทุกคนควรมีไว้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยดี และทุกฝ่ายสบายใจครับ

ที่มา : h r n o t e a s i a

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำงานไม่ตรงสาย มีข้อดีกว่าที่คิด (ข้อคิดเตือนใจ)

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอว่าถ้าได้ตั้งใจเรียนสอบติดคณะที่ใช่ ยิ่งมีโอก…