Home ข้อคิดสอนใจ 3 อุปนิสัยคนรวย มีครบทั้งสามข้อ..คุณก็รวยแล้ว

3 อุปนิสัยคนรวย มีครบทั้งสามข้อ..คุณก็รวยแล้ว

25 second read
0
1
44

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนรวย บางคนพอมีพอกิน และบางคนจน เพราะพวกเขาเหล่านั้น มีพฤติกรรม ลักษณะนิสัยและการกระทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งคนที่รวยจริง ๆ นั้น พวกเขาไม่ใช่แค่การใส่ของแพง ๆ ทำตัวให้ดูแพง ๆ ใส่ของหรู ๆ เที่ยวหรู ๆ แล้วบอกว่าฉันนี่แหละคือคนรวย ยกตัวอย่างเช่น หากเปรียบเทียบการซื้ อนาฬิกาหรู ๆ สักเรือนนึง ระหว่าง คนรวย คนทั่วไป และคนจนนั้น คิดแตกต่างกัน

-คนจน คิดว่า การซื้ อนาฬิกาแพง ๆ นั้น มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องโ ง่อีกด้วย และฉันจะไม่มีวันซื้ อมันเด็ดขาด (แต่อันที่จริงไม่มีปัญหาซื้ อเลยต่างหาก)

-คนทั่วไป คิดว่า ฉันอย ากมีนาฬิกาหรู ๆ สักเรือนนึง เอาไว้โชว์เท่ ๆ ออกงานสังคม อวดสาว แม้ว่าจะต้องรูดบั ต ร เ ค ร ดิ ต เป็นหนี้ฉันก็ยอม

-คนรวย คิดว่า ฉันมีเงินเก็บในบัญชีอยู่ 1 ล้านบาท ถ้าฉันเอาฝากไว้ในธนาคาร ด อ ก เ บี้ ยคงโตไม่ทันเงินเฟ้อ และมูลค่าเงินของฉันต้องลดลงแน่ ๆ แต่หากฉันเอาไปล ง ทุ นในนาฬิกาหรู

อาจมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าเงินเฟ้อ และอาจได้กำไรที่ดีกว่าความแตกต่างมันอยู่ที่ลักษณะนิสัย ดังนั้น หากคุณต้องการเป็นคนรวย คุณก็ต้องมีนิสัยและพฤติกรรมแบบคนรวย และนี่ก็คือ 3 พฤติกรรม

นิสัย ที่ 1 – คนรวยนั้นนับเงินของเขาอยู่เสมอ (Count Their Money)

ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเช็คเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บิลเรียกเก็บเงินต่าง ๆ การจับจ่ายใช้สอย การเสียภาษี พวกเขาแค่รับรู้ว่า จะต้องจ่ายสิ่งเหล่านั้น แต่พวกเขาไม่ได้ตระหนักเลยว่า ทำไมถึงต้องจ่าย แค่ทำงานหาเงินและใช้จ่ายไปก็เท่านั้นเอง

แต่ในขณะที่คนรวยนั้น การสำรวจตัวเลขกลายเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ การดูตัวเลขเหล่านั้นแบบมีความรู้ทางการเงิน

ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นเหมือนพนักงานบัญชีหรือเป็นนักวิเคราะห์ตัวเลขขั้นเทพ คุณเพียงแค่เป็นคนที่สามารถมองภาพรวมการเงินทั้งหมดของคุณและธุรกิจของคุณ แล้วปล่อยให้คนที่เก่งเรื่องตัวเลขและมีเวลาจดจ่ออยู่กับมันได้ทำหน้าที่ของพวกเขาไป คุณแค่ต้องรู้ว่า เงินของคุณเดินไปทางไหนบ้ าง

เช่น เงินก้อนนี้จ่ายค่าอะไร เพราะอะไร หรือเงินก้อนนี้ได้มายังไง แล้วจะทำอะไรกับเงินก้อนนี้ต่อ ซึ่งในสมัยนี้คุณสามารถเช็คบัญชีออนไลน์ผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสำหรับ Dan นั้นเขาเช็คเงินในทุก ๆ วัน และนั่งดูรายงานการเงินในทุก ๆ สัปดาห์ รวมไปถึงการวางเรื่องของภาษีในทุก ๆ ปี และ Dan ก็แนะนำให้คุณทำเช่นเดียวกัน

นิสัย ที่ 2 – คนรวยนั้นจ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอ (Pay Themselves First)

คุณอาจจะเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วว่า พอเงินออกคุณก็ต้องเอาไปใช้กับตัวเองก่อน แต่ Dan บอกว่า การจ่ายตัวเองก่อนนั้น มันคนละเรื่องกันเลยกับการเอาเงินที่หามาได้นั้น ไปซื้ อรถใหม่ ซื้ อบ้ านใหม่ ไปท่องเที่ยว ไปจับจ่ายใช้สอย เพราะ

-การซื้ อรถใหม่นั้น คือคุณจ่ายให้บริษัทขายรถยนต์

-การซื้ อบ้ านใหม่นั้น คุณจ่ายให้กับธนาคารที่ให้สินเชื่อ

-การไปท่องเที่ยวคือ การจ่ายให้กับบริษัทท่องเที่ยว

-การจับจ่ายใช้สอย คือคุณจ่ายให้กับเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้า

จะสังเกตได้ว่า ไม่มีข้อไหนเลยที่บอกว่าเงินเข้ากระเป๋าคุณ และอีกเรื่องนึงก็คือออมเงิน หรือการประหยัดเงิน ก็ไม่ใช่การจ่ายให้ตัวคุณ เพราะนั่นคือการเซฟเงินเท่านั้น

ดังนั้น การจ่ายให้ตัวเองก่อน ความหมายของมันจริง ๆ แล้วก็คือ การจ่ายให้ตัวคุณเอง แล้วนำเงินเหล่านั้นไปล ง ทุ นให้มันออกดอกออกผล ซึ่งคุณอาจจะเริ่มต้นที่ ทันทีที่คุณได้เงินมา

ให้คุณหักออกก่อนเลยทันที 10% จากรายได้ แล้วเก็บเงินนั้นไว้ เตรียมล ง ทุ นให้มันงอกเงย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รายได้คุณเพิ่มมากขึ้น ให้คุณค่อย ๆ เพิ่มเปอร์เซนต์การเก็บเงินให้มากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเพิ่มจาก 10% เป็น 15%, 20%, 30%, 40% ยกตัวอย่างเช่น

-จ่ายให้ตัวเอง 10% จากรายได้ 20,000 บาท = 2,000 บาท (ใช้จ่ายได้ 18,000 บาท)

-จ่ายให้ตัวเอง 15% จากรายได้ 30,000 บาท = 4,500 บาท (ใช้จ่ายได้ 25,500 บาท)

-จ่ายให้ตัวเอง 20% จากรายได้ 40,000 บาท = 8,000 บาท (ใช้จ่ายได้ 32,000 บาท)

-จ่ายให้ตัวเอง 30% จากรายได้ 50,000 บาท =15,000 บาท (ใช้จ่ายได้ 35,000 บาท)

-จ่ายให้ตัวเอง 40% จากรายได้ 100,000 บาท = 40,000 บาท (ใช้จ่ายได้ 60,000 บาท)

จะสังเกตได้ว่า เมื่อคุณจ่ายให้ตัวเองในเปอร์เซนต์ที่สูงขึ้น เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น ก็ไม่ได้ส่งผลให้เงินจับจ่ายใช้สอยของคุณลดลงเลย เพราะขนาดคุณมีรายได้ 1 แสนบาท

และจ่ายให้ตัวเองก่อนถึง 40% แต่คุณก็ยังเหลือเงินไว้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ถึง 60,000 บาท เลยทีเดียว แต่ในขณะที่หลาย ๆ คน เมื่อมีรายได้ที่สูงขึ้น

แต่กลับไม่เพิ่มเปอร์เซนต์ในการจ่ายให้คุณเองก่อน สุดท้ายต่อให้คุณมีเงินเดือนมากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายก็จะโตตามขึ้นรายได้มากเท่านั้น จนสุดท้ายต่อให้มีรายได้เดือนละเป็นแสนเป็นล้าน ถ้าไม่จ่ายให้ตัวเองก่อน ก็หมดอยู่ดี

ดังนั้น หากคุณไม่เริ่มจ่ายให้ตัวเองนับตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้คุณมีเงินเป็นแสนเป็นล้าน คุณก็ไม่จ่ายให้ตัวเองก่อนอยู่ดี เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำเงินได้เท่าไหร่ แต่มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคุณต่างหาก

นิสัย ที่ 3 – คนรวยจะเพิ่มความสามารถในการทำเงินให้มากขึ้น (Improving Their Earning Ability)

หากคุณผ่าน นิสัย ข้อที่ 2 มาได้ มันจะทำให้ในทุก ๆ ปี คุณมีเงินในกระเป๋ามากยิ่งขึ้น และสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ในสเต็ปต่อไปก็คือ “การล ง ทุ น” เพราะหากคุณนำเงินทั้งหมดฝากไว้ธนาคารเพียงอย่างเดียว ลำพังด อ ก เ บี้ ยเงินฝากนั้น ไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ กล่าวคือ สมมติว่าคุณฝากเงินไว้ในธนาคาร 1 ล้านบาท

และคุณได้ด อ ก เ บี้ ยเงินฝากอยู่ที่ 1 เปอร์เซ็นต์ และเงินเฟ้อในแต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งมีส่วนต่างกันอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์) ดังนั้น ผ่านไป 1 ปี ค่าเงินของคุณจะลดลง 30,000 บาท หรือเหลือมูลค่าของเงินเพียง 970,000 บาท (ทั้ง ๆ ที่ก็มีเงินอยู่ในบัญชี 1 ล้านเหมือนเดิม แต่กลับซื้ อของได้น้อยลง)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

สมมติว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เรามีเงินอยู่ 100 บาท เราซื้ อก๋วยเตี๋ยวได้ในราคา 25 บาท เราจะซื้ อก๋วยเตี๋ยวได้ทั้งหมด 4 ชาม แต่ในปัจจุบันหากก๋วยเตี๋ยวมีราคา 50 บาท เราจะซื้ อก๋วยเตี๋ยวได้เพียง 2 ชามเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ก็มีเงินอยู่ 100 บาทเท่าเดิม

ดังนั้น ในทุก ๆ ปี เหล่าบรรดาคนรวยจึงต้องหาวิธีที่สามารถทำให้เงินนั้นงอกเงยขึ้นมาให้มากกว่าเงินเฟ้อให้ได้ โดยพวกเขาจะพัฒนาทักษะการใช้พ ลั งทวี (leverage) ที่สามารถยกระดับรายได้ให้มากขึ้น โดยใช้แรงที่น้อยลง เช่น

-เสาะหาคนและทีมงานที่เก่ง ๆ เข้ามาร่วมทีมและช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโต

-พัฒนาทักษะการทำการตลาดให้ผู้คนรู้จักเราและธุรกิจของเรามากยิ่งขึ้น

ที่มา : b l u e o c l o c k

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 เทคนิคปฏิเสธ ถ้ามีคนมายืมเงิน แบบที่คนฉลาดชอบทำ

1.แสดงออกชัดเจนว่าไม่ให้ยืมเงิน วิธีรับมือเพื่อนยืมเงิน วิธีแรกบอกให้ชัดเจนไปเลย ว่าไม่ให้…