Home ข้อคิดสอนใจ 12 แนวคิดเงินเดือนน้อย แต่มีความสุขมาก (เขียนได้ดีมาก)

12 แนวคิดเงินเดือนน้อย แต่มีความสุขมาก (เขียนได้ดีมาก)

4 second read
0
0
222

1. ถึงทุกอย่างที่มีอยู่ ไม่แพง ไม่หรู แต่ก็ครบครัน ที่พักก็มี, การเดินทางก็ไม่ลำบากมาก,

การกินอยู่ก็พออิ่มพอกิน, ได้เข้าสังคมตามโอกาสที่ควร, ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี,

มีวันหยุดที่สบาย, เ จ็ บ ป่ ว ยก็มีค่ารั ก ษ า ฯลฯ สิ่งรอบตัวเรามีครบขนาดนี้

ก็ไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องดิ้นรนให้เกินฐานะ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่นี่แหละความสุขที่แท้จริง

2. โชคดีแค่ไหนแล้วที่มีงาน มีเงิน ถ้าคุณกำลังท้อใจ รู้สึกว่างานที่ทำอยู่ทำไมด้อยมูลค่า

ด้อยตำแหน่ง ลองมองในมุมกลับกันว่า ‘ดีแค่ไหนแล้วที่มีงานทำ’ บางคนไม่มีโอกาสที่ดีเท่าเราด้วยซ้ำไป

พวกเขาต้องดิ้นรนหนักกว่าบ้ าง หรือไม่ก็ยอมแพ้ ไม่หางานซะเลยก็มี

แต่อย่าใช้ปลอบใจตัวเองในวันที่คุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันทำให้คุณรู้สึกไม่โอเคมากๆ

เช่น สวัสดิการห่วยมาก, มีการทุจริตในองค์กรจริง, ยิ่งอยู่ยิ่งถูกเอาเปรียบจริง

ลาออกเลยดีกว่า อย่าปลอบใจตัวเองถ้ารู้สึกท ร ม า นมาหลายหนแล้ว

3. สร้างมิตรภาพกับคนรอบตัวเข้าไว้ ความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้ าน, เพื่อนร่วมงาน,

ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ๆ เรา นอกจากเราจะได้รับการแ บ่ ง ปั นของกินของใช้

, อ า ห า ร, โอกาสดีๆ อันอื่นๆ ในยามที่เราเดือดร้อนขึ้นมา

เช่น จู่ๆ ก็ไม่สบายหนัก พวกเขาอาจช่วยเราผ่ อ นหนักเป็นเบา

คอยเป็นหูเป็นตาช่วยดูแลเรา ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าความสัมพันธ์มันมาพร้อมกับผลประโยชน์

แต่เราก็เลือกได้นะว่าจะบาลานซ์ให้เรื่องไหนมาเป็นอันดับแรก

ถ้าคุณเลือกผลประโยชน์นำหน้า คุณก็จะไม่ได้รับความจริงใจเลย เลือกสิ่งไหน

ได้สิ่งนั้นไงล่ะ (เชื่อเถอะว่ารวยเพื่อน มันดี๊ดีกว่ารวยเงินทองซะอีกนะ)

4. ถึงจะออกนอกห้องบ่อยๆ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีเงินเก็บเลย

จริงอยู่ว่าก้าวเท้าออกไปนอกบ้ านหรือนอกห้อง ก็เท่ากับว่าเรายินยอม

ที่จะจ่ายตังค์แล้ว อย่าเหนียวกับตัวเองไปหน่อยเลย

ถ้าวันไหนไม่มีตังค์หรือเงินช็อต ไม่จำเป็นต้องออกไปใช้เงินมากก็ได้

ลองหากิจกรรมง่ายๆ เช่น ออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ, ออกไปเดินเล่นที่ห้าง, ออกไปปั่นจักรยานเที่ยวเล่น

อย่าติดนิสัยอยู่ในห้องบ่อยๆ เราควรแอคทีฟตัวเองบ้ าง ร่า ง ก า ยจิตใจจะได้แจ่มใส

ตื่นตัวอยู่เสมอ ไม่เ จ็ บ ป่ ว ยง่าย ไม่รู้สึกน่าเบื่อหรือหดหู่ง่ายเหมือนขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง

5. ควรซื้ อของด้วยเงินสด ไม่ใช้ระบบผ่ อ นหรือบั ต ร เ ค ร ดิ ต

อยากได้อะไรพยายามเก็บเงินให้ครบแล้วค่อยไปซื้ อ อย่าติดนิสัยซื้ อมาก่อน ผ่ อ นทีหลัง

หรือจ่ายด้วยบั ต ร เ ค ร ดิ ต ซึ่งเป็นการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้

(ไม่เหมาะกับคนเงินเดือนหลักพันเป็นอย่างยิ่ง เพราะสเตทเม้นท์ไม่ปลอดภัยพอสำหรับการหมุนเงิน)

การก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ขาดเหตุผล อาจทำให้เราไม่มีเงินเก็บ เงินขาดมือ ติดพันกับการกู้ยืมเป็นทอดๆ ไม่รู้จบ

6. กระจายเงินเก็บ/ต่อยอดเงินเก็บ เงินจากการออมเป็นรายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือน

ไม่ควรมีในบัญชีเดียวหรือแหล่งเดียว ควรกระจายแหล่งเงินฝาก เช่น ฝากไว้เป็นบัญชีกลางร่วมกับแฟน,

ฝากไว้ที่บัญชีของลูกน้อย, ฝากไว้ที่บัญชีของพ่อแม่ เพื่อป้องกัน

การใช้เงินแบบไม่มีลิมิตหรือกันเงินไว้สำหรับเหตุฉุ ก เ ฉิ นได้หลายที่

และหากมีเงินเก็บมากพอสัก 5,000-10,000 บาท ลองต่อยอดเป็นหุ้น, ธุรกิจเล็กๆ,

ทองคำ, เงินฝากประจำด อ ก เ บี้ ยสูง เงินคุณจะได้เติบโตมากขึ้น ไม่เป็นยอดนิ่งๆ

แค่บัญชีเดียวแต่เสียวไส้ ใช้หมดเมื่อไหร่ เจ๊งเมื่อนั้น

7. ให้รางวัลตัวเองแบบพอชื่นใจ ไม่ถี่มาก ชอบพอที่จะซื้ ออะไรให้กับตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องอดซื้ อ แต่ลองตั้งเงื่อนไขอะไรให้กับตัวเองสักอย่างเกี่ยวกับงาน

เช่น ส่งงานให้ทันกำหนดการ, ทำยอดได้ตามเป้าหมาย ถ้าสิ่งที่คิดไว้สำเร็จจริ

ง นอกจากจะได้แรงจูงใจในการทำงาน มันยังเป็นการเบรคตัวเอง

ไม่ให้จ่ายอะไรในก้อนใหญ่ที่ไม่จำเป็นโดยง่ายอีกด้วย

8. อย่าบ่น ถ้าต้องเดินทางด้วยความลำบาก ถ้าคิดแล้วว่าวิธีไหนก็ปลอดภัยเหมือนกัน

ให้มองหาการเดินทางวิธีที่ประหยัดที่สุด เช่น เดินจากที่พักไปออฟฟิศที่ใกล้ๆ,

ขึ้นรถโดยส า รประจำทาง, ปั่นจักรยานไปทำงาน, ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานจังหวัดใกล้ๆ

คุณไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสะดวกสบายมาก หากว่าสุดท้ายแล้วต้องรับผิดชอบ

ค่าใช้จ่ายในส่วนของพาหนะเป็นก้อนใหญ่รองจากค่าที่พัก

9. โอกาสทางสังคมไม่จำเป็นต้องแพง การประหยัด นอกจากไม่ได้แปลว่าการอดมื้อกินมื้อ

ยังไม่ได้หมายถึงการงดเข้าสังคมด้วยเช่นกัน การเข้าสังคมยังเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอในการทำงาน

เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจเพื่อนร่วมงานได้มากขึ้น ติดต่อสื่อส า รทั้งใน

และนอกเวลางานได้ลื่นไหลขึ้น ไม่จริงเสมอไปว่ามันจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่แพง

ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มันเป็นค่าใช้จ่ายที่แลกกับมิตรภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น

และเราก็เลือกได้ว่าจะเข้าสังคมแบบไหนถึงจะเหมาะ เช่น ทาน อ า ห า รร่วมกันในร้านที่ไม่แพงมาก

, แ ช ร์ อ า ห า รกลางวันที่ทำมาจากบ้ านร่วมกัน, ไปทำบุญร่วมกัน

เอาที่ตัวคุณเองสบายใจ และไม่สร้างความขัดแย้งกันก็พอ

10. อย่าจำกัดสกิลตัวเอง อย่าคิดว่าเรามีความสามารถแค่นี้ ก็สมควรที่จะได้ทำงานแค่นี้

รับผิดชอบงานแค่ไม่กี่อย่าง มีเงินเดือนแค่หลักพัน

คุณต้องเพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับตัวเองด้วยการ ‘อัพสกิล’ เช่น

เก็บเงินไปสอบวัดระดับภาษาให้ผ่านเพื่อนำผลสอบนั้นไปยื่นเรื่องปรับเงินเดือน

หรือย้ายไปสมัครงานที่ใหม่, หารายได้เสริมจากทักษะที่ตนเองถนัด,

ขยันทำโอทีเท่าที่จะมีแรงทำได้ (แต่ไม่หนักมากจนหักโหม)

11. อ า ห า รมื้อหลัก ทานแบบถูกหรือฟรีก็ได้ มื้อหลักๆ ที่ทานไว้กันต า ย ไม่จำเป็นต้องอร่อย

แต่ขอให้เน้นอิ่มไว้ เช่น อ า ห า รที่บ้ าน, อ า ห า รในโรง อ า ห า ร

ที่ทำงาน คุณจะได้มีเงินเก็บอีกเยอะไปทำอะไรก็ได้

แต่อย่าลืมคำนึงถึงสุ ข ภ า พ ตนเองด้วย อย่าทานของที่ไม่มีประโยชน์

อย่าถูกจนเข้าข่ายอดมื้อกินมื้อ ให้รางวัลตัวเองด้วยการทานของอร่อยๆ ในวันหยุดแต่ละสัปดาห์บ้ างก็ดีนะ

12. ที่อยู่อาศัย ประหยัดได้ยิ่งดี มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นค่าเช่าที่พัก

ถ้าคุณอยู่บ้ านหรือที่ทำงานคุณให้ที่พักฟรีล่ะก็ ไม่ต้องอายคนอื่นว่าจะเป็นการเกาะใครกินรึเปล่า

มาโฟกัสที่การเก็บเงินดีกว่านะ ยิ่งเราจ่ายให้ค่าที่พักได้น้อยมากหรือไม่จ่ายเลย

เรานี่แหละมีโอกาสเป็นนายตัวเองได้ไว ถ้าเทียบกับคนอื่นที่ยังติดวงจรใช้เงินแบบเดือนชนเดือน

-ในกรณีที่คุณจำเป็นต้องเช่าที่พักเอง หาที่อยู่ที่ปลอดภัยในวงเงินแค่ 2,500-3,000 บาท/เดือน

เป็นอันพอ หรือได้แค่ห้องเปล่า ไม่มีเน็ต ไม่มีทีวีก็ได้ ถ้าคุณขาดเน็ตไม่ได้

แนะนำว่าให้เลือกสมัครแพคเกจเน็ตของค่ายมือถือด้วยตัวเองจะถูกกว่า

อีกทั้งยังได้ใช้งานได้ทุกที่ ไม่จำกัดแค่ที่ห้องพักที่เดียว

ที่มา : j e e b

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำไมเงินเดือนขึ้น แต่ก็ยังไม่มีเก็บเหมือนเดิม (ข้อคิดเรื่องเงิน)

หลายคนเลือกที่จะไปทำงานในเมืองกรุง ด้วยเพราะค่าจ้างที่ได้มากกว่าถึง 2-3 เท่า แต่กลับไม่เป็…