Home ข้อคิดสอนใจ 11 สิ่งที่ควรเลิกทำ ถ้าอยากเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จากนี้ชีวิตจะดีขึ้นมาก

11 สิ่งที่ควรเลิกทำ ถ้าอยากเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จากนี้ชีวิตจะดีขึ้นมาก

2 second read
0
0
87

เมื่ออายุมากขึ้น ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตจะช่วยหล่อหลอมให้เรารู้ว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ,

อะไรควรละทิ้งหรืออะไรควรเก็บเอาไว้ ลองมองย้อนหรือมองดูตัวเองตอนนี้ว่ามีนิสัยอะไรที่

คอยรั้งความสุขของเราไว้หรือเปล่าเราขอรวบรวมนิสัยที่ผู้เชี่ยวชาญและคนที่อายุเลยเลข 3 ที่ประสบว่ามันรั้งควาสุขของเราไว้

แน่นอนว่า ใน 11 ข้อ เป็นเพียงทางเลือกที่เราอย ากให้ทุกคนลองหันมาใส่ใจกับ ตัวเอง, ความสัมพันธ์, สุ ข ภ า พ

และ ความสุข มากขึ้น ลองดูว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับอันไหน และสิ่งไหนควรเปลี่ยนและปรับให้เข้ากันแล้วแต่คนแต่ละคน

อยู่เพื่อวันหยุด เส า ร ์ – อาทิตย์

ทางแก้ : วางแผนสิ่งที่เราอย ากทำในวันธรรมดา อาจเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ได้ เช่นนัดเพื่อนทานข้าวเช้าดีๆไปทานร้านอ า ห า ร เปิดใหม่สังสรรค์กับเพื่อนตอนเย็น เป็นต้น หรืออาจหากิจกรรมที่สนฝจทำหลังเลิกงานบ้ า ง เช่น วาดรูป, ออกกำลังกาย, เล่นดนตรี ฯลฯ ให้วันธรรมดาพิเศษขึ้นมา

1.ไม่ยอมเก็บเงิน

การเก็บเงินเป็นสิ่งสำคัญ สำคัญ สำคัญ!!!! มีผู้เชี่ยวชาญเคยบอกว่าเราควรเก็บเดือนละ 10-15% ของรายได้เมื่อเราอายุ 20 ขึ้นไป

และเมื่อ 30 ขึ้นไป เราควรเก็บเพิ่มให้ได้ 15-25% ลองใช้ระบบตัดเงินในบัญชีอัติโนมัติดูถ้าคิดว่าจะไม่สามารถคุมเงินได้

หรือใครมีวิธีแบบไหนสะดวกในแบบของตัวเองก็ทำกันเถอะ เงินเก็บมันสำคัญจริงๆ น้าาาา

2.ตอบ “ใช่” ทั้งๆ ที่ในใจ คือ “ไม่”

บางครั้งเรามักตอบสนองต่อสิ่งอื่นที่ผู้คนต้องการไวเกินไป โดยไม่คิดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ ลองคิดถึงตัวเองดูบ้ า งว่าเราก็มีความ

ต้องการ มีสิ่งที่ต้องทำ เรียงลำดับความสำคัญดีๆ หากคุณมีงานด่วนเย็นนี้ แต่จู่ๆ เพื่อนสนิทขอร้องให้ไปช่วยดูบ้ า น

คุณก็ต้องชั่งน้ำหนักสิ่งที่ควรไม่ควรให้ดี ไม่ใช่ว่าตอบ “ใช่” ไปเสียหมด จะทำให้คุณไม่ได้อะไรเลย

3.เวลานอนไม่แน่นอน

การนอนไม่เป็นเวลา และนอนไม่พอเป็นสาเหตุของโ ร ค ที่ตามมาอีกมากมาย เมื่อเราอายุมากขึ้นระบบในร่ า ง ก า ย จะเริ่มรวนและ

ทำงานไม่เก่งเหมือนเคยย เราควรหันมาดูแลตัวเองให้ยิ่งไวยิ่งดีก่อนโ ร ค ร้ า ย จะถามหา

4.ทะเลาะกับคุณพ่อ คุณแม่

บางครั้งเมื่อคุณพ่อ คุณแม่อายุมากขึ้น อาจมีความงอแง จนเราอาจหงุดหงิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเจอกันต่อหน้าหรือผ่านทางโทรศัพท์

เราควรเข้าอกเข้าใจพวกท่านเปิดใจให้กว้างพย าย ามอยู่กับท่านให้ได้มากที่สุด

ดูแลด้วยความเคารพ เพราะพ่อแม่นี่แหละคือความรักในชีวิตที่เราไม่ต้องมองหาจากที่ไหน

5.เช็กมือถือระหว่างกินข้าวเย็น

ไม่ว่าจะเป็นโต๊อ า ห า ร เย็นที่คุณกำลังทานกับครอบครัว ,เพื่อน หรือแม้กระทั่งคนรัก เราควรใช้เวลาในช่วงนั้นกับการมีช่วงเวลาดีๆ

ร่วมกัน พย าย ามหลีกเลี่ยงการนำมือถือขึ้นมาเลื่อนฟีดอ่ า น หรือตอบ

แชทที่ยังไม่รีบร้อน เพราะกิจกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สามารถรอได้

6.ไม่ออกกำลังกาย

ไมจำเป็นต้องมีเป้าหมายยิ่งใหญ่อย่ างวิ่งมาราธอน หรือการมีกล้ามเ นื้ อ เป็นมัด เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบในร่ า ง ก า ย จะไม่เหมือน

เก่าการออกกำลังกายจะช่วยรั ก ษ า าสมดุล และทำให้เราสดชื่นแข็งแรงขึ้น หากไม่ชอบไปฟิตเนสหรือเข้ายิม

ลองเลือกกีฬาหรือการขยับตัวที่เหมาะสมกับเรา อาจเป็นการลองเดินให้มากขึ้น โดยใช้เวลา 30 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 3 ครั้ง เป็นต้น

7.เทนัดในนาทีสุดท้าย

เมื่อตัดสินใจว่าเย็นนี้จะไปเจอเพื่อนสนิทสมัยมหาลัยในร้านโปรด แต่พอเวลาใกล้เลิกงานกลับขี้เกียจขึ้นมาซะงั้น หากไม่มีเหตุผล

สำคัญจริงๆ อย่ าเทนัดจนเป็นนิสัย มีผลวิ จั ย ออกมาว่า การออกไปใช้เวลา

กับเพื่อนๆ ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเ ค รี ย ด ได้ด้วยนะ

8.พย าย ามเอาใจคนอื่นตลอดเวลา

ไม่ตอบสนองความต้องการของตัวเองแต่ไปเติมเต็มความต้องการของตัวเอง จริงอยู่ที่การให้เป็นสิ่งที่ดี แต่เรื่องบางเรื่องเราอาจต้อง

ลองเงี่ยหูฟังใจเราดูว่าสิ่งที่คนอื่นต้องการมันขัดกับสิ่งที่เราปรารถนาหรือไม่ ? ลองตามใจตัวเองบ้ า ง ชั่งน้ำหนักสิ่งโดยรอบให้ดี

9.เปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่น

ยอมรับว่าเส้นทางของแต่ละคนนั้นต่างกัน การเลื่อนฟีดในโลกออนไลน์เจอความสำเร็จของเพื่อนๆ หรือคนรู้จักแล้วนำเอามาเปรียบ

เทียบกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ได้อย่ างนั้น , ไม่เป็นอย่ างนี้เหมือนคนอื่น

เขาอย่ านำมาตราฐานของเราไปตัดสินทุกสิ่งและกดให้ตัวเราเองรู้สึกแ ย่ อย่ าลืมเห็นค่าสิ่งที่เรามีไป

10.จมอยู่กับอดีต

ไม่มีอะไรจะทำให้เราจมปลักไปเท่ากับการรู้สึกผิดต่อตัวเองในอดีตอีกแล้ว การแก้ไขอดีตอาจจะเป็นการที่คุณต้องเปลี่ยนทัศนคตที่

มีต่อมันซะ ทุกสิ่งทุกอย่ างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลและหล่อหลอมให้คุณเป็นคุณจนทุกวันนี้

การรู็สึกผิดและยึดติดกับมันจะทำให้คุณไม่สามารถก้าวต่อไปได้

11.พูดคำว่า “ขอโทษ” บ่อยเกินไป

ไม่จำเป็นต้องขอโทษในทุกเรื่อง เช่น ตอบแชทสาย (ในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับงานหรือเรื่องจำเป็น) หรือเพื่อนชวนไปปาร์ตี้วันศุกร์แล้ว

เราขอเลือกนอนดูซีรีส์อยู่บ้ า น เมื่อเราพูดขอโทษบ่อยเกินไปจนมันเหมือนกลายเป็นคำๆ หนึ่งที่เริ่มจะไม่สำคัญ และทำให้เราดูเป็น

คนหนักแน่น ทั้งยังรู้สึกผิดกับตัวเอง ลองใช้คำว่า “ขอโทษ”

ให้น้อยลงใช้กับสิ่งที่เราคิดว่าผิดจริงๆ เพื่อให้มันมีน้ำหนักความหมายตามคำของมัน

ที่มา : mangozero

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ไม่อยากให้ลูกลำบาก จงเลี้ยงลูกให้รู้จักความลำบาก

วันก่อนพาลูกไปร้านเครื่องเขียน ลูกอยากได้กล่องดินสอ ลูกจึงไปเลือกกล่องดินสอแบบสุดหรู แต่ผม…