Home ข้อคิดสอนใจ 10 เทคนิคมีภาวะผู้นำ ลูกน้องยกย่องเป็นแบบอย่าง

10 เทคนิคมีภาวะผู้นำ ลูกน้องยกย่องเป็นแบบอย่าง

10 second read
0
0
5,070

1.มอบหมายงานด้วยคำพูดที่สุภาพ

การมอบหมายงาน นั้นมี 2 แบบ คือ ผ่านทางคำพูด และผ่านทางลายลักษณ์อักษร ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ ควรทำไปด้วยกันโดยเฉพาะคำพูดที่ผู้นำต้องรู้จักมีสติในการมอบหมายงานใช้คำพูดในเชิงที่สร้างสรรค์ มีคำอธิบายที่ชัดเจนและรู้จักยิ้มแย้ม แจ่มใส ถึงแม้สิ่งที่เจอจะมีแต่ปัญหาให้ขบคิด แต่เมื่อมีสติทางสว่างย่อมรออยู่ข้างหน้าครับ

2.มีภาวะผู้นำใช้ใจก่อนอำนาจที่มี

คิดง่าย ๆ ครับ เราอยากได้สิ่งใดก็ควรให้สิ่งนั้น ก่อนผู้อื่นเสมอ คนที่เป็นผู้นำที่ดีต้องรู้จักใช้อำนาจในทางที่ดีมากกว่าใช้อำนาจในทางที่ไม่ได้

ทำให้คนอื่นเสียหาย เสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก จากสิ่งที่ผู้นำกระทำ ทว่า หากใช้ใจนำ เป็นกันเองต่อคนรอบข้างแต่ก็พร้อมจริงจังกับการทำงาน เมื่อถึงเวลาทำงานใครทำดีก็ชื่นชม ใครทำผิดก็ไม่นิ่งเฉยปล่อยวาง แต่รู้จักใช้คำพูดในเชิงบวกเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นของลูกน้องนั่นล่ะครับ ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ

3.ผิดรู้จักยอมรับและขอโทษเป็น

การทำงานในแต่ละวัน ย่อมมีโอกาส ตัดสินใจผิดพลาดและหากความผิดพลาดนั้นเกิดจากผู้นำ ควรกล้ายอมรับและขอโทษคงไม่ใช่เรื่องแปลกครับดีกว่าฝืนดันทุรัง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด

การขอโทษเป็นสิ่งที่อย่างน้อย ทำให้ลูกน้องเห็นว่า ถึงแม้จะเป็นผู้นำก็รู้จักพูดขอโทษเป็น และใช้บทเรียน แห่งความผิดพลาด นั้นเป็นเครื่องเตือนสติในการลงมือทำในครั้งต่อไปครับ

4.พร้อมให้เกียรติลูกน้องอยู่เสมอ

การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องเล่น อยู่ข้างหน้า เสมอไป ทว่าควรผลักดันให้ลูกน้องมีโอกาสเติบโตในการทำงานโดยผู้นำทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เป็นเบื้องหลังในการทำงานก็ย่อมได้ซึ่งการเป็นเบื้องหลังจะทำให้เห็นการทำงาน

ในภาพรวมมากกว่าเล่นอยู่ข้างหน้า ซึ่งหากมอบหมายให้ลูกน้อง ได้พัฒนาการทำงานอยู่บ่อย ๆผู้นำก็จะมีขุนพลไว้คอยทำงานต่าง ๆ ได้มากขึ้นครับ

5.รู้จักสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน

ความสุขเกิดขึ้นได้ ถ้ามี บรรยากาศที่ดีในห้องทำงาน ซึ่งผู้นำควรหมั่นสร้างวัฒนธรรมในแผนกให้เกิดความปรองดอง รักใคร่กลมเกลียวไม่มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก ในที่ทำงาน โดยผู้นำก็ต้องรู้จักสื่อส ารกับทุก ๆ คนอย่างท่าเทียง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

โดยอาจสร้างกิจกรรมภายใน เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศให้สนุกในการทำงานปราศจากอารมณ์เชิงลบในที่ทำงาน ย่อมทำให้เกิดสุขภ าพจิตที่ดี เบิกบานอยากมาทำงานในทุก ๆ วันหรือหากวันไหนงานติดพันไม่เสร็จ ก็สามารถอยู่ช่วยเหลือกันได้อย่างเสร็จสมบูรณ์

6.รู้จักใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ

การเลือกใช้ลูกน้อง ให้เหมาะ กับงานที่ทำถือว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ลูกน้องมีความสุขกับงานที่ต้องทำในแต่ละวันซึ่งความสุขผมเชื่อ ว่ามีความสำคัญมาก ๆ ครับ เพราะหากมีความสุขในสิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ย่อมดีตามแน่นอน ทว่า หากไร้ซึ่งความสุขผลลัพธ์ย่อมออกมาตรงกันข้ามครับ

ดังนั้น ผู้นำควรหมั่นสังเกต ซึ่งที่ลูกน้องทำและวิเคราะห์ งานให้ออก มอบหมายงานให้ถูกคนจริตของคน โดยใช้หลักการ DISC ซึ่งเป็นหลักการ อ่ า น ใจคนย่อมช่วยได้แน่นอนครับ

7.รู้จัก ก ร ะ ตุ้ น สร้างแรงบันดาลใจต่อลูกน้อง

การทำงานย่อมต้อง มีการประเมิน ติดตามผลของการทำงานซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทว่า ผู้นำหลายๆ คน กลับไม่กล้าให้ F e e d b a c k ต่อลูกน้องเพราะกลัวลูกน้องจะไม่รักไม่ชอบ โดยเฉพาะหากผลงานของลูกน้องท่านนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้นำต้องเปลี่ยนความคิดก่อน

โดยมองเรื่องของงานเป็นหลักใครทำดีชื่นชม สร้างความท้าทายในงานที่ทำ ส่วนใครทำงานผิดพลาดบ่อย ๆ ก็ต้องเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัวและให้คำชี้แนะ สอนงานในสิ่งที่ยังผิดพลาด โดยมีความเชื่อว่า คนทุกคนถึงแม้จะเรียนรู้ไม่เท่ากันแต่ย่อมพัฒนาได้

ถ้าเปิดใจ ซึ่งผู้นำต้องใช้หลัก จิตวิทยา ก ร ะ ตุ้ น เน้นย้ำ สร้างแรงบันดาลใจอยู่บ่อย ๆ ย่อมทำให้ลูกน้องที่ยังผิดพลาดรู้จักปรับเปลี่ยนตนเองจนทำให้การทำงานดีขึ้นแน่นอนครับ

8.ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย มีสัมมาคาราวะ เป็นกันเอง

การเป็นผู้นำ บางคนเป็นผู้นำ จากประสบการณ์ ที่ทำงานมานาน บางคนเป็นผู้นำเพราะมีความเก่งในงานซึ่งการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญของการเป็นผู้นำ นั่นคือ การให้เกียรติทุกๆ คน ที่ร่วมกัน

ไม่ว่าจะเป็นทีมตัวเอง และรวมถึงทีมอื่น ๆ ที่ต้องประสานงานกัน ดังนั้น การมีสัมมาคาราวะต่อคนอื่นนับ เป็นสิ่งที่สำคัญและถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ตามปฏิบัติตาม โดยเฉพาะการรู้จักทักทายผู้อื่นผ่านการยกมือไหว้คนที่ อาวุโสกว่าการยิ้มแย้มแจ่มใสไม่บึ้งตึงต่อคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่นครับ

9.รู้จักให้เกียรติไปร่วมงานส่วนตัวของลูกน้องบ้าง

การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูกน้อง ในแต่ละวัน แต่ก็ควรมีน้ำใจต่อลูกน้องหากเป็นงานส่วนตัวที่ลูกน้องเรียนเชิญให้เกียรติไปร่วมงาน

เช่น การบวช งานแต่ง งาน ศ พ เป็นต้น ซึ่งในฐานะผู้นำก็ควรให้ความสำคัญ เพื่อแสดงความมีน้ำใจต่อลูกน้อง เพราะการให้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อให้ก่อน ย่อมมีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ อยู่เสมอครับ

10.พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

การสอนคนอื่น เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายครับ โดยเฉพาะ การสอนคนอื่นโดยปราศจากการกระทำเพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องเห็นในทุก ๆ วันซึ่งคนที่เป็นผู้นำควรใช้หลักการสื่อส า ร ที่ประกอบไปด้วย 3 ส่วนนั่นคือ

การกระทำ = 55 %

น้ำเสียง 38 %

คำพูด 7 %

ในการพัฒนาตนเอง ก่อนพัฒนาลูกน้องเพราะหากเราสนใจที่ลูกน้องก่อน ลูกน้องย่อมขาดความเชื่อถือจากสิ่งที่เราทำ ทว่า หากเราทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในทุก ๆ วัน

ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของลูกน้องได้อย่างง่ายดาย เช่น หากอยากสอนให้ลูกน้องมาเช้า ตรงต่อเวลา หรือมาก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาทีผู้นำก็ควรทำให้ลูกน้องเห็นจนชินตา แบบนี้การสอนย่อมเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องพูดเยอะ ใช้การกระทำเป็นสื่อในการสอน แต่จะใช้การกระทำอย่างเดียวก็คงไม่ได้นะครับ

ควรต้องบอกผ่านคำพูด ด้วยน้ำเสียงที่ดี เป็นกันเองเพื่อเป็นการเน้นย้ำเตือนสติกันบ้างเพราะคนส่วนใหญ่ต้องมีการ ก ร ะ ตุ้ น ในช่วงแรกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนั้นหน้าที่การ ก ร ะ ตุ้ น ก็คงไม่พ้นผู้นำ ที่ต้องแสดงให้ดูในทุก ๆ วันครับการเป็นผู้นำทีมีภาวะผู้นำ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเราเปิดใจ ใช้ใจก่อนอำนาจรับฟังเสียงของทุก ๆ คน

และพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวคิดให้เป็นบวกในการพัฒนาตนเองพัฒนาการทำงานและสร้างวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำ แบบนี้ย่อมได้ใจลูกน้องให้เชื่อชอบและทำตามแน่นอนครับ

ที่มา : d r f i s h

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำไมเงินเดือนขึ้น แต่ก็ยังไม่มีเก็บเหมือนเดิม (ข้อคิดเรื่องเงิน)

หลายคนเลือกที่จะไปทำงานในเมืองกรุง ด้วยเพราะค่าจ้างที่ได้มากกว่าถึง 2-3 เท่า แต่กลับไม่เป็…