Home ข้อคิดสอนใจ เพื่อนร่วมงาน 10 ประเภท จำไว้..อยู่ให้ห่าง ไม่เช่นนั้นอาจเดือดร้อน

เพื่อนร่วมงาน 10 ประเภท จำไว้..อยู่ให้ห่าง ไม่เช่นนั้นอาจเดือดร้อน

7 second read
0
0
94

การทำงานกับเพื่อนร่วมงานมากมายในห้องทำงานที่เปิดโล่ง ย่อมมีสิ่งรบกวนมากมาย ถ้าไม่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี หงุดหงิดอารมณ์เสียเมื่อเพื่อนร่วมงานเปิดเพลงเสียงดังรบกวนอยู่ข้างๆ

บางคนก็พูดโทรศัพท์เสียงดังทั้งวัน ช่างไม่รู้จักเกรงใจผู้ร่วมงานคนอื่นๆ บ้ า งเลย นี่คือปัญหาของห้องทำงานใหญ่โตที่รวมพนักงานหลากหลายไว้ด้วยกัน และต้องทนกันไป

เมื่อต้องเจอเพื่อนร่วมงานจอมกวน หากคุณไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจในที่ทำงาน ก็ควรระวังไม่ทำนิสัยที่ก่อความรำคาญ หรือก่อความ เ ค รี ย ด ให้กับเพื่อนร่วมงานแบบนี้เด็ดขาด!

1. ห่วงแต่ความสำเร็จตัวเองจนลืมนึกถึงทีม

การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่มีองค์กรไหนที่ต้องการพนักงานแบบ “ข้ามาคนเดียว” เพราะการทำงานในองค์กร คน ๆ เดียวไม่สามารถทำให้องค์กรก้าวหน้า

ทุกคนต่างก็เป็นกลไกหนึ่งที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ทุกคนต่างมีหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กัน และถ้าใครคนใดคนหนึ่งมัวแต่พุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จของตัวเอง จนไม่เห็นความสำคัญของทีม ไม่มองที่ความสำเร็จองค์กร ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำงานร่วมกับคนอื่นได้

2. เอาหน้า

หลายคนคงต้องเคยเจอเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ พวกที่ชอบเอาหน้า แต่การเอาหน้าไม่ถือว่าแปลก ถ้าคนที่เอาหน้านั้นก็ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย แต่ส่วนใหญ่ลักษณะนิสัยของคนเอาหน้ามักจะเป็นคนไม่ทำงาน

หรือถ้าทำก็น้อยกว่าคนอื่น แต่อาศัยว่าพูดเยอะ พรีเซนท์ดี ชิงเอาความดีความชอบไปหมด ถ้าบังเอิญคุณต้องร่วมงานกับคนแบบนี้ สิ่งที่จะเบรกคนชอบเอาหน้าได้ก็คือ เราต้องไม่ยอม ต้องรู้จักการเรียกร้องสิทธิของตัวเอง อาจเป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่เวลาพูดต้องพูดให้มีศิลปะเพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานไว้

3. ประจบเจ้านาย

ถ้าคุณเป็นคนทำงาน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ต้องเจอเพื่อนร่วมงานลักษณะนี้ ทำมาก ทำน้อยเราไม่พูดถึง เพราะคนขี้ประจบมักพูดเกินจริงเสมอ ถ้าบังเอิญต้องร่วมงานกับคนแบบนี้

คุณต้องไม่กระโตกกระตากหรือแสดงความไม่พอใจที่ชัดเจนเกินไป จริงๆ แล้วของแบบนี้ขึ้นอยู่กับเจ้านายของคุณด้วย เจ้านายบางคนรู้ทันเพื่อนร่วมงานประเภทนี้

ถึงจะขี้ประจบสักแค่ไหน เจ้านายก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ แต่ก็รู้ว่าลูกน้องแต่ละคนเป็นอย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย ตั้งใจทำงานต่อไป ผลที่ออกมาจะบอกเองว่าใครเป็นอย่างไร

4. ขี้เม้าส์

มีเพื่อนร่วมงานขี้เม้าส์ก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ถ้าเกิดคนที่เค้าเม้าส์เป็นเรา นี่แหละเสียหายมาก ยิ่งถ้าไม่ใช่เรื่องจริง และใส่สีตีไข่เพิ่มเติม ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นอยู่ให้ห่างคนขี้เม้าส์ไว้น่าจะดีที่สุด

หากคุณบังเอิญมีเพื่อนร่วมงานขี้เม้าส์ขอให้รู้ไว้เลยว่าถึงคุณจะสนิทสนมกลมเกลียวกับเค้าแค่ไหน คุณก็ไม่มีทางรอดปลอดภัยจากการติฉินนินทาไปได้แน่นอน ห่างไว้เป็นดีที่สุด

5. ขี้ โ ก ห ก

คนขี้ โ ก ห ก ไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนร่วมงานกันก็ควรหลีกให้ไกลอยู่ดี แต่ถ้ายิ่งได้โคจรมาพบกัน ได้มาร่วมงานกัน จะทำอย่างไรกับเราจึงจะอยู่รอดปลอดภัยหากมีเพื่อนร่วมงานขี้ โ ก ห ก

ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็คงไม่เดือดร้อนอะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน การ โ ก ห ก ส่งผลกระทบกับงานเต็ม ๆ แบบนี้คงไม่ดีแน่ ทางที่ดีควรเข้าใกล้เท่าที่จำเป็น คุยกันเฉพาะเรื่องงาน ไม่คบหาสมาคมและสนิทสนมด้วย ยิ่งเราอยู่ห่างจากเค้าเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้รับผลกระทบน้อยเท่านั้น

6. แ ท ง ข้างหลัง

สุดยอด อั น ต ร า ย เลยจริง ๆ ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่ชอบ แ ท ง ข้างหลังทะลุถึงหัวใจแบบนี้ เพราะเรื่องมีผลกระทบกับหน้าที่การงานเต็ม ๆ คนประเภทนี้มักจะทำตัวดีเมื่ออยู่ต่อหน้า ไม่แสดงออกถึงความเป็นปรปักษ์ที่ชัดเจน

แต่ถ้าคุณหันหลังหรือเผลอเมื่อไหร่ เพื่อนร่วมงานประเภทนี้ก็มักจะตีไข่ใส่สีให้คุณต้องแปดเปื้อนได้เสมอ ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ อย่างเดียวที่ทำได้ก็คือทำใจและถอยให้ห่าง ถ้าต้องร่วมงานกันก็สุงสิงเฉพาะที่จำเป็น คุยแบบผิวเผิน ที่สำคัญคือเวลาทำงานต้องมีหลักฐานชัดเจน ใครทำอะไร รับผิดชอบอะไร เพื่อป้องกันความผิดพลาดและโดน แ ท ง ในภายหลัง

7. ไม่ยอมรับอะไรที่เป็นด้านลบ

จริง ๆ แล้วคงไม่มีใครยอมรับด้านลบหรือด้านที่ไม่ดีของเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่การทำงานร่วมกันในองค์กร สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกอย่างก็คือความผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอและตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนในองค์กรต้องเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเพื่อนร่วมงานของคุณไม่สามารถยอมรับได้ ก็อาจจะเป็นภาระให้กับทีมในการปรับปรุงและพัฒนางานต่อไป

8. เรื่อย ๆ ไปวัน ๆ

เพื่อนร่วมงานประเภทนี้มีให้เห็นมากมายในองค์กร ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานเรื่อย ๆ ไปวัน ๆ ไม่ทะเยอทะยาน ไม่หือ ไม่อือกับทุกสิ่งรอบตัว ทำทุกอย่างไปตามความเคยชิน

เรียกว่าอยู่ในเซฟโซนที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยไม่คิดจะกระตือรือร้นทำอะไรเพิ่มเติม คนแบบนี้มักจะไม่คิดปรับปรุงหรือพัฒนาอะไรเลย งานเพิ่มก็ไม่เอา ให้คิดนำเสนอก็ไม่ทำ เพราะเค้าคิดว่าที่ทำอยู่ก็ดีพอแล้ว จะทำให้มากไปเพื่ออะไร การมีเพื่อนร่วมงานแบบนี้ก็มีโอกาสที่คุณจะซึมซับนิสัยของเค้ามาได้เหมือนกัน

9. คำนึงถึงแต่ผลลัพธ์ แต่ไม่ให้ความสำคัญกับวิธีการ

เดี๋ยวนี้โลกหมุนเร็ว ทุกอย่างไปไวไปหมด หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าวิธีการทำงาน ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงว่าจะทำงานกันอย่างไร

การทำแบบนี้อาจทำให้เราสูญเสียเพื่อนร่วมงานที่ดีไปได้เหมือนกัน ด้วยความที่ไม่ใส่ใจวิธีการทำให้บางคนต้องทุกอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จ เล่นสกปรก บ้ า ง บิดเบือนความเป็นจริงไป บ้ า ง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอถ้ามุ่งหวังแต่ความสำเร็จโดยไม่สนใจวิธีการ

10. ก่อความรำคาญ

คุยโทรศัพท์ส่วนตัวเสียงดัง คุยได้คุยดีจนนึกว่าออฟฟิศเป็น บ้ า น วันๆ ไม่ห่างจากโทรศัพท์มือถือ นอกจากจะคุยเสียงดังแล้ว ยังทำให้เพื่อนร่วมงานต้องรอคอยงานจากเขาหรือเธอ หรือหาจังหวะเข้าไปซักถามเรื่องงานที่คั่งค้างไว้ไม่ได้ ส่งผลให้งานล่าช้าไปอีก

เชื่อว่าทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าเพื่อนร่วมงานนิสัยแบบไหนที่ควรต้องหลีกให้ไกล ปัญหาก็คือจะมีวิธีไหนที่หลบเลี่ยงคนประเภทนี้ได้แบบเนียนๆ ลดการปะทะ แต่ก็ทำงานร่วมกันได้ถือว่าเป็นทางที่ดีที่สุด

ที่มา : t o d a y. l i n e . m e

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

7 นิสัยแย่ๆ ในที่ทำงาน หลายคนทำ..แต่ไม่รู้ตัว

1. สร้างภาพ พอหัวหน้าอยู่ ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต…