Home ข้อคิดสอนใจ เพื่อนร่วมงานเห็นแก่ตัว ชอบเอาเปรียบ..จะปรับตัว รับมืออย่างไรดี

เพื่อนร่วมงานเห็นแก่ตัว ชอบเอาเปรียบ..จะปรับตัว รับมืออย่างไรดี

5 second read
0
0
129

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเรารู้สึกสนุกกับงาน ที่เราทำอยู่ เราก็อาจจะมีปัญหาอื่น ๆ แทรกเข้ามาอยู่เสมอ

ถ้าไม่ได้มีปัญหาที่ตัวงานก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับคนที่เราทำงานด้วย

เพื่อนร่วมงานเป็นหนึ่งในนั้น เพื่อนร่วมงานอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังไม่มีความสุขในการทำงาน

บางครั้ง เรารู้สึกไม่สบายใจ ที่จะต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานบางคนความรู้สึกไม่สบายใจจะยิ่งมีมากขึ้น

เมื่อรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานกำลังเอาเปรียบเรา ทำงานโดยไม่ได้ใส่ใจว่าการกระทำของเขา จะทำให้เราเดือดร้อนหรือไม่

ทำให้เราต้องเริ่มคิด แล้วว่าเราจะทำงานกับเพื่อนร่วมงานอย่างนี้ไปได้นานแค่

ไหนแล้วเพื่อนร่วมงานเจ้าปัญหาที่มักจะเอาเปรียบเรา มีกี่ประเภท แล้วจริง ๆ แล้ว

เราเคยเจอคนพวกนี้ ในออฟฟิศของเราบ้างไหม ถ้าเจอกันจริง ๆ แล้ว จะรับมือกับเขาอย่างไรดี

– เพื่อนร่วมงานเลือกงานน้อยๆ ไปทำ และให้เราทำงานเยอะ

– เพื่อนร่วมงานเลือกทำงานง่ายๆ เหลืองานย ากๆ ให้เราทำ

– เพื่อนร่วมงานทำแต่งานที่เอาหน้า ให้เราทำแต่งานเอก ส าร

– วันหยุด แต่เพื่อนร่วมงานกลับโยนงานมาให้เราทำ

แต่จะต้องทำอย่างไร หากต้องเผชิญหน้า กับคนเช่นนี้ขึ้นมาจริง ๆ เมื่อเริ่มรู้สึก

ว่ากำลังถูกเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ ลองทำตามวิธีการเหล่านี้ดู

แล้วมาดูกันว่าเราจะต่อกร กับเพื่อนร่วมงานเจ้าปัญหาได้ดีขนาดไหน

งดใช้ความ รุ น แ ร ง

อย่าเพิ่งโมโห แม้ว่าบางครั้ง เพื่อนร่วมงานของเราอาจจะมีพฤติกรรม เ ล ว ร้ า ย

ไปบ้าง แต่เราก็ไม่ควรโต้ตอบเขาด้วยความ รุ น แ ร ง

เพราะนั่นเท่ากับว่าเราก็ไม่ได้แตกต่างจากเขาเท่าไรนัก

หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรโต้ตอบเขา ด้วยถ้อยคำ

หรือแสดงออกทางอารมณ์ที่ รุ น แ ร ง การเลือกที่จะไม่โต้ตอบน่

า จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องถูกมองในแง่ลบ

ถอยห่างเมื่อมีโอกาส

การเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมงาน เจ้าปัญหา เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากใจอยู่ไม่น้อย

เพราะนอกจากเขาจะไม่เข้าใจว่าเขากำลังสร้างปัญหาให้กับเราแล้ว

เขาอาจจะมองว่าเราเองต่างหาก ที่เป็นปัญหาในการทำงานสำหรับเขาอยู่

หากยังคงไม่สามารถ สร้างความเข้าใจกันได้ สิ่งที่เราควรจะทำ

คือการถอยห่างออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการตอบโต้กัน

ด้วยความ รุ น แ ร ง อีกทั้ง ต้องไม่แสดงออกว่าเรากำลังโกรธ

หรือไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำ เพราะอาจจะทำให้สถานการณ์ เ ล ว ร้ า ย มากยิ่งขึ้น

พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา

หากปัญหาความขัดแย้ง ควรมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เราก็ควรจะเปิดใจพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน

แต่ควรพูดเมื่อเราไม่อยู่ในอารมณ์โกรธแล้ว ก่อนที่จะเริ่มพูดคุย เราต้องตัดความขุ่นเคืองออกไปก่อน

แล้วพูดคุยกันด้วยเหตุผล เมื่อต้องการจะเคลียร์ปัญหา เราควรพูดอย่างตรงไป

ตรงมาไป บอกให้เพื่อนร่วมงานคนนั้นรู้ว่าเรารู้สึกไม่สบายใจอย่างไรบ้าง

เราไม่ชอบพฤติกรรมส่วนไหนของเขาบ้าง และสิ่งเหล่านั้น ทำให้ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร

คำนึงเรื่องงานเป็นหลัก

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หากการพูดคุยกัน ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ เราเองอาจต้องยอมรับว่า

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะพฤติกรรมของคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆ

เมื่อมาถึงจุดนี้ เราอาจจะต้องกลับมาคิดว่า เราเข้ามาอยู่ในออฟฟิศเพื่ออะไร

เรามาทำงานใช่หรือไม่ หากใช่ เราคงต้องบอกตัวเองแล้วว่างานสำคัญกว่าคน

หากสิ่งที่เพื่อนร่วมงานของเราทำ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ การทำงานมากนัก เราก็อาจจะต้องปล่อยให้เป็นไป

ขอให้หัวหน้าช่วยจัดการ

จัดการเพื่อนร่วมงาน เอาเปรียบ อย่าเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนขี้ฟ้อง

หากจะต้องเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้เจ้านายฟัง

การที่เรื่องไปถึงหูเจ้านายนั่นก็หมายความว่าเรื่องนี้สุดที่จะเยียวย า

และเราไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ ได้ด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ

เราจึงต้องขอให้หัวหน้าช่วยเหลือเรา ให้ตักเตือน เพื่อนร่วมงานที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้เรา

เพื่อนร่วมงานเจ้าปัญหา มีอยู่ทุกที่ทุกเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือกับคนเหล่านั้นอย่างไร

การแสดงให้เขาเป็นว่าเราไม่แฮปปี้กับสิ่งที่เขาทำเป็นหนทางหนึ่ง ของการแสดงจุดยืนของเรา

หากเขามีความเกรงใจเราอยู่บ้าง เขาก็จะไม่สามารถสร้างความเดือดร้อน

ให้กับเราได้อีก แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้วิธีไหนเท่านั้นเอง

ที่มา : t h.j o b s d b

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

10 วิธี บอกลาหนี้ จงเริ่มต้นใหม่..จะไม่ลำบากตอนแก่

1.ต้องรู้ยอดรายได้ตัวเองและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด คนเป็นหนี้จะมาใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม…