Home ข้อคิดสอนใจ เพราะอะไร..ทำไมเขาจึงรวย? ฝากให้คิด 15 ข้อ จงนำไปใช้

เพราะอะไร..ทำไมเขาจึงรวย? ฝากให้คิด 15 ข้อ จงนำไปใช้

13 second read
0
0
109

เรื่องเงินทองและความสำเร็จคือเป้าหมายสูงสุดของทุกคนเป็นเรื่องธรรมดา

แต่สิ่งที่แตกต่างคือทำไมบางคนคิดแล้วทำได้ ในขณะที่บางคนคิดเหมือนกันแต่กลับทำไม่ได้

สิ่งแตกต่างไม่ใช่โชคชะตาหรือฐานะทางบ้านเป็นตัวกำหนด

คนที่เกิดมาเพียบพร้อมก็ไม่ใช่คำตอบว่าเขาจะถึงความสำเร็จในชีวิตได้

เรา มี 15 ข้อที่ขอบอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพื้นเพฐานะทางครอบครัว

จุดเริ่มที่ไม่เท่ากันไม่ใช่ตัวกำหนดเส้นชัยของชีวิต นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคน

ก้าวมาจากครอบครัวที่ยากจน บางคนเริ่มต้นจากศูนย์แต่สิ่งที่เขาคิด

กับสิ่งที่เขาทำ คือไฮไลท์สำคัญที่ทำให้เขาเหล่านั้น “รวยได้”

1.อยากรวยต้องเชื่อมั่นว่าเราสร้างฐานะเองได้

พูดให้เข้าใจง่ายคือ คนที่จะรวยได้ต้องเริ่มคิดสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองไม่คิดพึ่งพิงคนอื่น

สำหรับคนที่มีเงินทองกองอยู่ตรงหน้าเกิดมาก็สุขสบายในทางพฤตินัยคือเขารวย

แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาเองแม้แต่น้อย

เศรษฐีเมืองไทยหลายคนไม่ว่าจะเป็นคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี หรือ คุณ เฉลียว อยู่วิทยา

ก็ล้วนแต่สร้างและสั่งสมความร่ำรวยมาด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น

กว่าจะนอนเกลือกกลิ้งบนกองเงินกองทองเขาต้องเริ่มต้นจากศูนย์และสองมือเปล่า

และมาจากพื้นฐานของครอบครัวที่ไม่รวย แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือ “งานหนัก”

และทำทุกอย่างเพื่อสร้างฐานะของตัวเองให้ดีขึ้นมาได้

2.จำเป็นต้องมีหัวการค้า

นักธุรกิจระดับโลกทุกคนล้วนมีหัวทางการค้าที่ต่างกันไป

ธุรกิจสินค้าแนวหน้าของเมืองไทยหลายอย่างเจ้าของกิจการก็เป็นผู้มีหัวการค้า

และมองการณ์ไกลมาตั้งแต่เด็ก แม้กระทั่ง บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟ

เขาก็มองหาช่องทางทำกินตั้งแต่สมัยเรียนด้วยการรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

และสร้างรายได้ให้ตัวเองขณะนั้นได้ไม่น้อย หรือแม้แต่เจ้าพ่อการเงินอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์

ก็เคยเดินขายของไปตามบ้านรวมถึงเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์มาก่อน

และนั่นก็ทำให้คนเหล่านี้เริ่มมองเห็นช่องทางทำมาหากินที่เปิดกว้างมากขึ้น

3.คิด ล ง ทุ น เพื่อชนะเท่านั้น

ในขณะที่การ ล ง ทุ น ด้านการเงินอย่างพอร์ทหุ้นนั้นหลายคนคิดว่าเป็นการ ล ง ทุ น

เพื่อให้เสมอตัวหรือเพื่อไม่ให้แพ้ แต่ถ้าเราคิดจะมีฐานะการ ล ง ทุ น ด้านการเงินนี้

เราต้องมองที่ผลกำไรและชัยชนะเพียงอย่างเดียว

และนั่นจะนำมาซึ่งวิธีที่จะทำให้เราเดินถูกทางว่าต้องทำแบบไหนอย่างไร

เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ คนรวยต้องยึดติดกับการแข่งขันที่สำคัญต้องชนะด้วย

4.ต้องคิดการณ์ใหญ่ไม่มองเรื่องเล็กน้อย

จงอย่าพอใจกับกิจการเล็กๆ นั้นคือวาทะที่พร้อมจะทำให้เราเติบโตได้

ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นธุรกิจจากแฟรนไชส์แบบไหน ถ้าเป็นร้านข้างทางก็ต้องมองหาโอกาส

ที่จะสร้างร้านขนาดใหญ่ ถ้ามีสาขาเดียวก็ต้องมองโอกาสที่จะขยายสาขามากขึ้น

แม้ขณะนั้นธุรกิจของเราจะทำเงินได้แม้มีสาขาเดียวร้านเดียวก็ตามที

เช่นบิลเกตส์ที่เป็นคนทำโปรแกรมในบริษัทเอกชนมีเงินเดือนมากมาย

แต่เขามองว่าอนาคตคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญและเขาก็ก้าวออกจากตรงนั้นเพื่อทำในสิ่งที่ต้องการ

5.คนจะรวยมองหาแต่โอกาสไม่สนใจเรื่องอุปสรรค

ในขณะที่หลายคนมัวแต่โฟกัสเรื่องธุรกิจไปที่อุปสรรคและจมดิ่งอยู่กับปัญหา

แต่คนที่จะรวยแม้จะถูกรุมเร้าด้วยอุปสรรคและปัญหา

แต่พวกเขาจะมักจะมองหาโอกาสโดยไม่สนใจกับอุปสรรค พูดให้ชัดขึ้นคือ

คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก แต่คนจนมักจะมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่

ยิ่งกว่านั้นคือคนรวยมักจะเป็นพวกตื่นตัวและความกลัวหยุดพวกเขาไม่ได้

6.คิดที่จะชื่นชมผู้ที่ประสบความสำเร็จ

ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าคนที่ร่ำรวยมักจะยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

แต่ในทางกลับกันบางคนเห็นคนที่รวยกว่ากลับเกิดอาการไม่พอใจ

เนื่องด้วยการเปิดใจนับถือกันและกันก็จะทำให้มองเห็นอีกด้านที่ทำให้เขามีวันนี้ขึ้นมา

การชื่นชมไม่ใช่การทำตามแต่เป็นการเข้าถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์

อย่างเปิดใจตรงไหนปรับใช้ได้ก็นำมาเส้นทางคนรวยก็จะเริ่มต้นขึ้นได้

7.การเข้าร่วมสังคมกับคนที่ประสบความสำเร็จ

คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงต้องรู้จักการเข้าสังคมไม่ใช่คิดเพียงว่าฉันมีเงินฉันคือผู้สำเร็จ

การคิดแค่นั้นคือการปิดกั้นโอกาสของอนาคตบางครั้งสิ่งสำคัญทางธุรกิจคือพันธมิตร

ที่เราได้จากการเข้าสังคม นักธุรกิจจำนวนไม่น้อยจึงดูเหมือนว่าเขามีสังคมหลากหลายมากมาย

แต่นั่นคือโอกาสที่เขาจะเปิดการค้าได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

8.คนรวยเลือกทำเงินโดยไม่รอเวลา

อาจจะเป็นเพราะคนรวยมักจะคิดแล้วทำเลย ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่รอเวลา

เมื่อจังหวะมีโอกาสมา พวกเขาก็จะลงมือทำงานทำเงินทันทีไม่ใช่ว่านี่

คือการทำอะไรแบบไม่คิดเพราะบางทีมัวแต่คิดก็ไม่เจอปัญหา

และก็ไม่สามารถก้าวผ่านขั้นแรกของการเริ่มต้นได้

9.คนรวยคิดแบบควบคู่ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

นักธุรกิจหลายคนมักจะมีระบบคิดที่ไม่ใช่คิดแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

แต่พวกเขาจะคิดควบคู่หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน เศรษฐีหลายคน

อาจจะเริ่มต้นจากธุรกิจแขนงใดแขนงหนึ่งแต่เมื่อเริ่มตั้งตัวได้พวกเขาก็จะแตกไลน์

ทำธุรกิจหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เช่นการแตกแขนงของสาขาแฟรนไชส์

ที่เมื่อมองเห็นโอกาสก็ควรลงมือทันทีอย่ากลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิด

เพราะนั่นคือการปิดกั้นเส้นทางของคำว่าเศรษฐีในอนาคต

10.คนรวยเน้นหาความมั่งคั่งอื่นไม่ใช่แค่รายได้ประจำ

ข้อนี้อาจจะต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว

อย่างที่บอกว่าคนรวยไม่ได้หวังแค่รายได้จากเงินเดือนประจำ

แต่พวกเขาจะมองหาอย่างอื่นที่มาเติมความมั่งคั่งให้ตัวเองด้วย

ในขณะที่บางคนพอใจกับรายได้ที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น

11.สร้างความคิดและความเชื่อในเชิงบวก

ถ้าเรายังไม่ใช่คนรวยความคิดในแง่ลบคือคุณไม่เชื่อว่าคุณจะรวยได้

เช่นเดียวกับการอ้างโชคชะตาว่าไม่เข้าข้างตัวเอง ความคิดดังกล่าวเราคิดได้

แต่ถามว่าได้ประโยชน์อะไรบ้างนอกจาก บั่ น ท อ น กำลังใจให้น้อยลง

คนรวยหลายคนก็เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเหมือนกันแต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน

คือเขาเชื่อว่าเขาจะมั่งมีเงินทองขึ้นมาได้ พลังของความคิดเป็นรากฐาน

ของการกระทำถ้าคุณยังคิดไม่ได้คุณก็ทำไม่ได้เช่นกัน

12.คนรวยบริหารเงินได้ดี-ใช้เงินเป็น

นักธุรกิจทั้งหลายมักจะบริหารเงินได้ดี รวมถึงการรู้จักใช้เงินต่อเงินได้อย่างชาญฉลาด

เช่นการบริหารพอร์ทหุ้น แบบบัฟเฟตต์ที่เขาบริหารด้วยการกระจายไปในหุ้นหลายกลุ่ม

ที่เขามองแล้วว่าดีก็เพื่อประกันความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มาจากหลากหลายทางด้วย

13.คนรวยมีเงินช่วยทำงานไม่ใช่ทำงานหนักเพื่อเก็บเงิน

เราอาจถูกปลูกฝังให้คิดว่าทำงานเก็บเงินแต่นักธุรกิจจะคิดว่าจะทำอย่างไรให้เงินช่วยทำงานได้

เช่นบัฟเฟตต์ที่เริ่ม ซื้ อ หุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ นั้นคือตัวอย่างที่ดีในการใช้เงินทำงานที่ได้ผลเป็นอย่างมาก

14. คิดจะรวยต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุด คนที่ร่ำรวยคือคนที่ขยันหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอๆ

เพราะเทคโนโลยีและกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย

แต่ถ้าเรารู้ก่อนจับทางได้ก่อนโอกาสขยับตัวก่อนรวยก่อนก็มีมากด้วยเช่นกัน

15.อยู่อย่างง่ายๆไม่ต้องหรูหรา

นี่คือปรัชญาชีวิตคนรวยอยู่อย่างคนจนก็จะยิ่งรวย แต่คำว่าสมถะในที่นี้ก็ต้องรู้จักการเข้าสังคม

การเข้าหาบุคคลที่สำคัญๆ รวมถึงต้องรู้จักการให้เพื่อให้อนาคตกลายเป็นผู้รับที่ดี

เช่นการให้ของขวัญผู้หลักผู้ใหญ่ตามเทศกาล เพื่อในสักวันเราอาจต้องพึ่งพาคนเหล่านั้นบ้างก็เป็นได้

ข้อคิดเหล่านี้แม้เป็นเพียงรูปธรรมที่การ อ่ า น เป็นเพียงโครงสร้างที่ไม่อาจทำให้ประสบความสำเร็จได้

การลงมือทำคือการเดินที่แท้จริงเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นและสำหรับใครที่อยากประสบความสำเร็จ

และต้องการแรงบันดาลใจดีๆ เรามีคำคมจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จม

าเป็นแรง ก ร ะ ตุ้ น ให้ทุกคนรู้สึกมีแรงผลักดันและเดินไปข้างหน้า

ที่มา : t h a i f r a n c h i s e c e n t e r

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

7 นิสัยแย่ๆ ในที่ทำงาน หลายคนทำ..แต่ไม่รู้ตัว

1. สร้างภาพ พอหัวหน้าอยู่ ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต…