Home ข้อคิดสอนใจ เทคนิคออมเงินให้ถึงเป้า พอถึงสิ้นปี “มีเงินแสน”

เทคนิคออมเงินให้ถึงเป้า พอถึงสิ้นปี “มีเงินแสน”

12 second read
0
1
2,163

สำหรับคนเก็บเงินเก่งหรือวางแผนการเงินได้ดีมาตลอด เป้าหมายเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่สำหรับคนใช้เงินมือเติบหรือคนเก็บเงินไม่อยู่มาก่อนเลยอยากตั้งเป้าหมายทางการเงินของตัวเองบ้าง วันนี้ยังไม่สายเรารวมเทคนิคการเก็บเงินที่มีโอกาสสำเร็จสูงมาฝาก เพื่อเริ่มต้นเป็นคนมี สุ ข ภ า พ การเงินที่ดีไปพร้อมๆ กันในปีนี้

เทคนิคที่ 1 : เก็บก่อนใช้

เทคนิคที่เหมาะสำหรับคน ที่เก็บเงินไม่อยู่เอามากๆ คือการ “เก็บก่อนใช้” เพื่อให้เงินส่วนที่ต้องการเก็บไปอยู่ในที่ที่เราไม่เห็น ไม่มีแรง ก ร ะ ตุ้ น ในการใช้

เงินที่ไม่เห็น = เงินที่ไม่ได้ใช้

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนใช้เงินเก่ง ไม่มีเงินเหลือเก็บตามเป้าหมาย และรู้สึกว่าหาเงินเท่าไรก็ไม่พอเพราะหวังจะเก็บเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแต่ความเป็นจริงสิ่งที่ควรทำคือหักเงินที่ต้องการเก็บออกไปเป็นอันดับแรก

หลังมีรายรับ ตามสมการ “รายได้-เงินออม = รายจ่าย”

การเก็บก่อนใช้ จะต้องมีกฎว่า “ห้ามยุ่ง” กับเงินก้อนนี้เป็นอันขาดจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เช่น ตั้งใจเก็บเงิน 100,000 บาท ในปลายปีนี้ ทุกครั้งที่มีรายได้จะหักเงิน 20-30% ออกเพื่อเก็บทันทีก่อนนำไปใช้จ่ายและจะไม่ยุ่งกับเงินก้อนนี้เลยจนกว่าจะถึงปลายปีและใช้ตามเป้าหมายที่คิดไว้ตอนแรกเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สามารถปรับลดเป้าหมายต่ำลงตามรายได้และภาระที่มี แบบค่อยเป็นค่อยไปอาจจะเริ่มที่ปีละ 10,000 30,000 หรือ 50,000 บาทก่อนเพื่อฝึกวินัยก็ทำได้ตามสะดวก

เทคนิคที่ 2 : เก็บเงินไว้ในที่ ที่เอาออกยาก

จากเทคนิคแรก หลายคน เคยทำแล้วแต่ตกม้า ต า ย เพราะรู้ว่าตัวเองมีเงินอยู่ในบัญชีและเอาออกมาใช้ตอนยังไม่ถึงเส้นชัยทุกครั้งฉะนั้น เมื่อหักเงินมาเก็บก่อนใช้ได้แล้ว ลองหาที่พักเงินไว้แบบที่เอาออกไปใช้ได้ยากเพื่อลดความคล่องตัว โดยอาจทำได้หลายวิธี เช่น

– บัญชีออมทรัพย์ปิด ต า ย ไม่มีบัตร ไม่มี e-banking ยังคงเป็นการเก็บเงิน

สุดคลาสสิกที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่เริ่มต้นการออมที่ช่วยหักห้ามการถอนมาใช้ได้ ในระดับหนึ่ง และสามารถสะสมเงินง่ายๆ เพียง โ อ น เข้าไว้ในบัญชีนั้นๆ ทุกเดือน

– บัญชีฝากประจำ บัญชีฝากประจำของแต่ละธนาคาร จะมีเงื่อนไขในการฝากเงินเป็นประจำสม่ำเสมอ

ที่ช่วยให้ไม่เผลอเอาเงินออกมาใช้ และมีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 1-2% ขยับขึ้นมาจากการฝากออมทรัพย์ธรรมดาเล็กน้อยอย่างไรก็ดี ต้องดูรายละเอียด การฝากประจำ (บางประเภท) ที่จะมีการเรียกเก็บภาษีและปลอดภาษีเพื่อบริหารให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองด้วย

– ซื้ อ สลากออมทรัพย์ สลากออมทรัพย์คือการออมเงินประเภทหนึ่งที่มีการให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ตกลง

คล้ายกับการฝากประจำ (ขึ้นอยู่กับประเภทสลาก) ความพิเศษของการ ซื้ อ สลากออมทรัพย์ คือมีโอกาส “ลุ้น ห ว ย”หรือลุ้นถูกรางวัลตามเลขบนสลากที่เรา ซื้ อ ทำให้มีโอกาสลุ้น เป็นเศรษฐีระหว่างที่ฝากเงินด้วย โดยการ ซื้ อ สลากจะช่วยให้เก็บเงินอยู่กว่าการออมแบบธรรมดา

เพราะมีกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน เช่น 1 ปี 3 ปี ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ตอนครบเวลาฝาก เราจะได้รับเงินก้อนที่เป็นเงินต้นที่ ซื้ อ ไว้คืนทั้งหมดรวมกับดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาที่ฝากด้วย

เทคนิคที่ 3 : หัด ล ง ทุ น

การ “ ล ง ทุ น ” คือโอกาสที่ทำให้เงินที่มีอยู่งอกเงย ขึ้นมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประเภทต่างๆที่ต้องแลกมากับ “ความ เ สี่ ย ง ” ตามมา ส่วนจะ เ สี่ ย ง มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ ล ง ทุ น ซึ่งปัจจุบันมีการ ล ง ทุ น ที่หลากหลาย และเข้าถึงง่ายผ่านสมาร์ทโฟน โดยการ ล ง ทุ น เบื้องต้น

ที่แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคย ล ง ทุ น มาก่อน และต้องการเก็บเงินให้ค่อยๆ งอกเงย คือ “กองทุนรวม”กองทุนรวม คือการใส่เงิน ล ง ทุ น เข้าไปในกองทุนที่คนมีผู้เชี่ยวชาญ

หรือผู้จัดการกองทุน ช่วยบริหารจัดการให้ ตามนโยบายที่แจ้งไว้กับนัก ล ง ทุ น ซึ่งในแต่ละกองทุนก็จะไป ล ง ทุ น ในสินทรัพย์ต่างๆ อีกทอดหนึ่งโดยส่วนใหญ่จะกระจายหลายสินทรัพย์

ซึ่งจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน 1-12% (ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ ล ง ทุ น และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ เวลาที่ ล ง ทุ น )ซึ่งมีโอกาสปั้นเงินก้อนให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ แบบออกแรงน้อยลง

เช่น อยากมีเงิน 1 แสนบาท ใน 1 ปี หากออมเงินในกระปุก จะต้องเก็บเงินเฉลี่ยเดือนละ 8,333 บาท จึงจะครบแสนแต่หากนำเงินไป ล ง ทุ น กองทุนรวม 1 ปี จะใช้เงินต้นที่น้อยลง เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้รับจากการ ล ง ทุ น จะเข้ามาเติมเต็ม

เช่น ถ้าเรา ล ง ทุ น ในกองทุนเดือนละ 8,000 บาท แล้วได้รับผลตอบแทน เฉลี่ย 5% ต่อปีก็มีโอกาสจับเงิน 100,800* บาท เนื่องจาก มี ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมา 4,800 บาทนั่นเอง

ที่มา : b a n g k o k b i z n e w s

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

10 วิธี บอกลาหนี้ จงเริ่มต้นใหม่..จะไม่ลำบากตอนแก่

1.ต้องรู้ยอดรายได้ตัวเองและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด คนเป็นหนี้จะมาใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม…