Home ข้อคิดสอนใจ เขียนไว้ดีมาก ทำไมเราควรเป็น น้ำครึ่งแก้ว

เขียนไว้ดีมาก ทำไมเราควรเป็น น้ำครึ่งแก้ว

6 second read
0
0
934

คุณเป็นคนประเภทไหน

แก้วเปล่า…น้ำครึ่งแก้ว…น้ำเต็มแก้ว

คำเปรียบเปรยว่า “แก้วเปล่า…น้ำครึ่งแก้ว…น้ำเต็มแก้ว” มักได้ยินกันบ่อย ๆ

ทั้งในการทำงาน การเรียน ในบางครั้งนึกสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วมันดีหรือไม่สำหรับคนเหล่านี้

แต่อย่างไรก็ตามการที่จะเป็นคนแก้วเปล่า น้ำครึ่งแก้ว หรือน้ำเต็มแก้ว

นั้นอาจจะมีเหตุและผลในแต่ละบุคคล ซึ่งถ้าไม่ทำให้สังคมและตัวเองเดือดร้อนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรต่อว่ากัน

แก้วเปล่า คือ แก้วที่ไม่เคยรับสิ่งใด ๆ ดีมั้ยสำหรับคนประเภทนี้

บางคนอาจคิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะยังว่างอยู่ ลองคิดดูว่าแต่ในทางกลับกัน

ถ้ามันว่างมากเกินไปจนไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลย จะเป็นคนที่ไม่สนใจใยดีต่อตัวเอง ต่อสังคม

ชนิดที่เรียกว่าชีวิตเฉื่อยชาไม่มีเป้าหมายในชีวิตหรือเปล่า หากจะเติมน้ำลงไปควรจะเริ่มจากอะไรดี

น้ำครึ่งแก้ว จงเป็นคนที่มีน้ำครึ่งแก้ว เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด ซึ่งหมายถึง

แก้วน้ำที่พร้อมจะเติมเต็ม ทุก ๆ สิ่ง พร้อม เติม เต็ม ทุก ๆ อย่าง การเป็นแก้วใบนี้

จึงมีข้อดีมากมายทำให้พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา

พร้อมที่จะรับกับสิ่งเปลี่ยนแปลงเสมอ น้ำครึ่งแก้วจึงได้เปรียบเพราะเป็นแก้วที่ไม่มีวันเติมเต็ม

ไม่ว่าใครจะใส่ความรู้ลงมามากสักเท่าไหร่ เราก็สามารถรับได้ตลอดเวลา

น้ำเต็มแก้ว คือ แก้วน้ำที่ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต พอใจ และยึดติดกับสิ่งเดิม

หรือ สิ่งที่มีอยู่ ในขณะที่การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แปลว่าคุณจะไม่เปิดรับอะไรอีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่คิดที่อย ากจะเป็นอาจจะไปไม่ถึงหรือไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจ

เพราะเมื่อน้ำเต็มแล้วบางครั้งเมื่อเจอปัญหาก็จะไม่สามารถหาทางออกได้

แต่ถ้าหากยอมรับคำแนะนำบางอย่างอาจจะทำให้สิ่งที่คิดอยู่สำเร็จได้

ในชีวิตคนเรานั้นการที่จะใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขนั้น

เชื่อว่าแต่ละคนก็มีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันตามสถานะทางสังคม ครอบครัว

และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามวันเวลา

สำหรับคนที่อยู่ในวัยทำงาน ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

การที่จะเป็นคนประเภทไหนคงต้องค่อยๆคิดทบทวนประมวลข้อมูลว่าข้อมูลใดที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

ควรเติมเข้ามาในแก้ว หรือถ้าข้อมูลที่ได้มาไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ปล่อยให้ไหล่ออกจากแก้วไป

ดีกว่าปิดกั้นตัวเองหรือใช้ความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง

หากยอมรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้รู้แล้วนำมาปรับใช้ในการทำงานก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

สิ่งหนึ่งที่อย ากเห็น ไม่ว่าคุณจะจัดอยู่ในประเภทใด

เมื่อใดก็ตามที่เจอปัญหา สะดุดหกล้มจงอย่ากลัวที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่

ไม่ว่าเราจะทำการใด ๆ ก็ตาม เมื่อเกิดการผิดพลาด ก็สามารถที่จะเริ่มใหม่ได้

การเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่ว่าจะผิดพลาดเหมือนครั้งแรก ๆ เสมอไปการก้าวเดิน

และลุกขึ้นใหม่อาจจะเป็นการก้าวเดินที่นำไปสู่การประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชีวิตคุณก็ได้

คุณจะเป็นคนประเภทไหน

…แก้วเปล่า

…น้ำครึ่งแก้ว

…น้ำเต็มแก้ว อยู่ที่คุณเลือกที่จะเป็น

ที่มา : k r a j a i b o o n

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

7 นิสัยแย่ๆ ในที่ทำงาน หลายคนทำ..แต่ไม่รู้ตัว

1. สร้างภาพ พอหัวหน้าอยู่ ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต…