Home ข้อคิดสอนใจ วิธีเปลี่ยนเป็น “คนมีกินมีเงินเก็บ” ใช้เงินเป็น ไม่ขัดสน

วิธีเปลี่ยนเป็น “คนมีกินมีเงินเก็บ” ใช้เงินเป็น ไม่ขัดสน

4 second read
0
2
10,750

ใกล้สิ้นเดือนแล้ว เงินเดือนก็ใกล้จะออกแล้ว หลายคนเป็น โ ร ค ทรัพย์จางตั้งแต่ช่วงกลางเดือน

นั่นอาจเป็นเพราะยังบริหารเงินเดือนได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากปล่อยไว้คงไม่ดีแน่

เรา จึงมี 7 วิธีบริหารเงินมาแนะนำ เพื่อที่เดือนหน้าจะได้ไม่ต้องอด มีพอกินพอใช้ และเหลือออม

1. แบ่งเงินทันที

ทันทีที่เงินออก สิ่งแรกที่ต้องทำคือจัดสรรเงินให้เป็นก้อน ๆ ก้อนหนึ่งไว้ใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ก้อนหนึ่งใช้หนี้ อีกก้อนหนึ่งไว้ให้รางวัลตัวเอง และต้องไม่ลืมแบ่งอีกก้อนเป็นเงินออมไว้เผื่ออนาคตด้วย

ซึ่งการจัดสรรเงินนี้สามารถประยุกต์ได้ตามรายรับรายจ่ายของแต่ละคน

2. ใช้จ่ายอย่างรู้ตัว

ถ้าของมันต้องมี คงไม่ดีถ้าไม่ ซื้ อ ความอยากได้ อยากมี อยากกิน

อยาก ซื้ อ ที่เกินความจำเป็นในชีวิตเรานั้นมีกันทุกคน ดังนั้น

เราสามารถ ซื้ อ ทุกอย่างที่ต้องการได้ตราบเท่าที่มีเงินจ่าย

แต่ต้องยึดกฎเหล็กว่าจะต้องไม่สร้างหนี้

และไม่ไปดึงเงินก้อนอื่นที่แบ่งไว้แล้วก่อนหน้านี้มาใช้

3. ออมให้เป็นนิสัย

ไม่จำเป็นต้องอดทุกความสุข หมดสนุกกับทุกอย่าง เพราะเราวางแผนเองได้ว่าจะออมเท่าไหร่

จะใช้วิธีออมทีละนิดอย่างสม่ำเสมอ หรือจะเข้มงวดตามสูตรออมขั้นต่ำร้อยละ 10 ของรายรับก็ได้

แต่อย่าละเลยการออมเงิน เพราะเงินส่วนนี้นี่แหละ

ที่จะช่วยให้อยู่รอดในยามคับขัน รวมถึงเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายในอนาคต

ตามหลักแล้ว เราควรมีเงินสำรองไว้ใช้ในกรณี ฉุ ก เ ฉิ น อย่างน้อย 3 เดือน

เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก็ยังมีเงินใช้ และหากบริษัทมีสวัสดิการ

ให้พนักงานเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยก็ยิ่งดี ซึ่งจะช่วยให้การออมเงินของเรานั้นง่ายขึ้น

หากเกิดกรณีที่จำเป็นต้องใช้เงิน หรือเกษียณงานไปแล้ว ก็มั่นใจได้ว่ามีเงินก้อนให้ใช้แน่นอน

4. บันทึกรายรับรายจ่าย

การควบคุมการใช้เงินที่ดีที่สุดก็คือบันทึกการใช้เงินของตนเอง

ซึ่งประโยชน์จากการเขียนรายรับรายจ่ายทุกวันจะทำให้เรารู้รายละเอียดการใช้เงินในแต่ละวัน

ว่ามีเงินในกระเป๋าอยู่เท่าไหร่ หยิบใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อใช้จ่ายไปแล้วเหลือเท่าไหร่

อีกทั้งยังทำให้เราเห็นรายจ่ายส่วนเกินได้ง่าย

จึงช่วยให้ตัดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นทิ้งได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

5. นำไป ล ง ทุ น

การ ล ง ทุ น ที่ดีคือ การทำให้เงินที่นอนอยู่นิ่ง ๆ ไปทำให้งอกเงย ซึ่งเราสามารถนำเงินไป ล ง ทุ น ได้

ตามรูปแบบที่สนใจและเหมาะสมกับรายรับรายจ่าย อย่างไรก็ตาม ทุกการ ล ง ทุ น มีความเสี่ยง

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิธีการ ล ง ทุ น ให้เข้าใจเป็นอย่างดี และเลือกปรึกษาคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น

6. บริหารการชำระหนี้

หนี้ที่ว่าคือ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่า บั ต ร เ ค ร ดิ ต และอีก ส า ร พัดหนี้ การวางแผนจ่ายหนี้จะช่วยให้การเงิน

ไม่ขาดสภาพคล่อง เช่น ชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าตามทวงหนี้

ชำระหนี้รายเดือนให้ได้จำนวนเงินขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย ถ้ายังมีเงินเหลือก็โปะหนี้ให้มากหน่อย

เพื่อลดเงินต้น หรือถ้าฝืดเคืองจริง ๆ ควรเลือกจ่ายหนี้ที่ มี ดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อตัดวงจรดอกเบี้ยบานปลาย

7. รักษาสถานภาพทางการเงิน

การบริหารเงินจะต้องมีวินัยและปฏิบัติต่อเนื่องอย่างเคร่งครัด ถ้าเริ่มทำได้เป็นระบบอยู่ตัวแล้ว

ก็ต้องรักษาสถานภาพทางการเงินไว้ให้ได้ตามมาตรฐานในตอนแรกด้วย ทั้งนี้

อย่าลืมแผนสำรองสำหรับปรับการใช้เงินให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ด้วย

เพียงเท่านี้สภาพการเงินก็จะคล่องตัว และมีความมั่นคงในระยะยาว

ที่มา : t o n k i t 3 6 0

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำงานไม่ตรงสาย มีข้อดีกว่าที่คิด (ข้อคิดเตือนใจ)

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอว่าถ้าได้ตั้งใจเรียนสอบติดคณะที่ใช่ ยิ่งมีโอก…