Home ข้อคิดสอนใจ ก่อนจะมีธุรกิจของตัวเอง ควรมี 7 ข้อ

ก่อนจะมีธุรกิจของตัวเอง ควรมี 7 ข้อ

4 second read
0
0
178

ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่มักใฝ่ฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันซึ่งมีคนไม่น้อยที่ตัดสินใจลาออกจากงานมาสานฝันสร้างธุรกิจแต่แล้วก้ไปไม่รอด

วันนี้ เรา มีโจทย์ 7 ข้อ ให้คนที่กำลังจะทำธุรกิจได้ตอบกับตัวเองว่ามีพร้อมหรือยังก่อนที่จะลงมือทำ อย่างน้อยก็อาจจะช่วยลดความเสียงในการล้อมเหลวได้มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.การเงินส่วนตัวต้องพร้อม

สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ คุณจะขาดรายได้หลัก รายเดือนก้อนใหญ่ไปเลย สิ่งที่ต้องรีบทำอันดับแรกคือ เช็กก่อนว่าคุณมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินต่าง ๆ อย่างเช่น ค่าผ่อนคอนโด ค่าผ่อนรถ ค่า บั ต ร เ ค ร ดิ ต แต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ นำมาคิดคำนวณรวมกัน

เพื่อวางแผนว่าเงินเก็บ ฉุ ก เ ฉิ น ที่คุณมีนั้นพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ แล้วพยายามจ่ายหนี้สินก้อนที่สามารถเคลียร์ได้ก่อนที่คุณจะออกจากงาน เพื่อให้สามารถลดค่าใช้จ่ายไปได้บางส่วน

และเป็นการคำนวณได้ว่าคุณต้องหาเงินได้เท่าไหร่ต่อเดือนจากธุรกิจส่วนตัว คุณอาจจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายของคุณเพื่อให้สามารถใช้เงินเก็บที่มีได้เพียงพอ ตอนที่ธุรกิจของคุณยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

2.เราชอบทำอะไร

การเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวจากสิ่งที่เรารัก จะทำให้เราอยู่กับมันได้นาน และพร้อมฝ่า ฟั น อุปสรรคต่าง ๆ เพื่อความสำเร็จ โดยไม่รู้สึกท้อแท้หรือฝืนใจ หรือถ้าคุณมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ

คุณก็สามารถหยิบจับสิ่งนั้นมาทำธุรกิจได้ เช่น ถ้าคุณเป็นคนชอบทำขนมเค้ก หรือคุ้กกี้ ชอบตระเวนชิมเค้กอร่อย ๆ แล้วมาฝึกลองทำเองที่บ้าน อาจจะเลือกทำขนมเค้กขายทางออนไลน์ก่อน หรือส่งตามร้านกาแฟใกล้บ้าน แล้วจึงค่อยพัฒนามาเป็นการเปิดร้านก็ได้

3.สำรวจเทรนด์ธุรกิจ

เทรนด์ตลาดเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว หากสินค้าคุณมีความ Unique อยู่แล้วสิ่งนี้อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นธุรกิจจากอะไรดี ให้สำรวจเทรนด์ตลาด ว่าตอนนี้กระแสอะไรกำลังมา เ

ช่น กระแสยำกำลังอิน แล้วคุณเป็นคนชอบกินยำอยู่แล้ว การทำธุรกิจร้านยำอาจเป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณ แต่ก็ต้องระวังด้วยหากหมดกระแสความนิยม คุณต้องมีแผนการตลาดเตรียมไว้รองรับกรณีนั้นด้วย นอกจากนี้ต้องรู้จักสำรวจธุรกิจอื่น ๆ ในตลาด เพื่อหาจุดเด่นของตัวเองและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้ได้

4.กลุ่มเป้าหมายเราคือใคร

ลูกค้าคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ คุณต้องรู้จักว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร พวกเขามีความชอบความสนใจอะไรบ้าง มีพฤติกรรมและกำลังในการซื้อยังไงบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น คุณเปิดร้านเครป กลุ่มเป้าหมายของคุณคือคนที่ชอบทานขนมหรือของหวาน มักอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น-วัยเรียน วัยทำงานตอนต้น ทำเลที่ควรเปิดที่ดีที่สุดคือควรใกล้แหล่งสถานศึกษา หรือย่านสำนักงาน และไม่ควรมีราคาที่สูงจนเกินไป

5.บริหารจัดการเป็นไหม

สำหรับคนที่ไม่เคยเป็นหัวหน้าคนมาก่อนเลย เมื่อคุณต้องออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ต้องมีการจ้างลูกจ้าง คุณต้องเรียนรู้การบริหารงานลูกน้องใต้บังคับบัญชา ควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจ

ถามตัวเองก่อนว่าเราทำสิ่งนี้ได้ไหม ถ้าเราถนัดแต่งานที่รับแต่คำสั่งเสมอมา ก็ต้องหัดวางแผน ประเมินสถานการณ์ และมองในมุมของผู้บริหาร ทั้งการจัดการพนักงาน การเงิน

และแนวทางธุรกิจ คุณอาจต้องเรียนรู้ที่จะหาพันธมิตรคู่ค้า, supplier, หรือเครื่องมือทุ่นแรงต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการ และประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.เขียนแผนธุรกิจเป็นหรือยัง

การตั้งต้นธุรกิจสิ่งที่ต้องมีคือ แผนธุรกิจ เดือนแรกตั้งเป้าหมายว่ากำไรเท่าไหร่ สิ้นปีต้องได้กำไรเท่าไหร่ กี่เดือนจะถึงจุดคุ้มทุน บริษัทจะดำเนินการไปในทิศทางใด ต้องขยายบริษัท

เพิ่มจำนวนพนักงานเมื่อใด กำไรต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ แบบนี้เป็นต้น พร้อมกันนี้คุณควรต้องมีแผนสำรองกรณี ฉุ ก เ ฉิ น ไว้เสมอ ซึ่งสามารถหาความรู้เบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เข้า ค อ ร์ ส เรียนเพื่อหาคำแนะนำเพิ่มเติม หรือศึกษา Case Study ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นแนวทางในการทำแผนธุรกิจของคุณ

7.มีเงินทุนพอหรือยัง

ช่วงต้นที่คุณเริ่มตั้งต้นธุรกิจแน่นอนคุณมีเงินตั้งต้นลงทุนอยู่ก้อนหนึ่ง แต่หากในอนาคตต้องมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น คุณอาจต้องมีเงินสำรองเผื่อไว้เช่นกัน

หรือคุณอาจต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งการหาแหล่งเงินทุนก็มีอยู่มากมายหลายวิธีอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทางไหน อยากทำธุรกิจแต่ไม่มี “เงินทุน” ต้องทำอย่างไร

ที่มา : krungsri

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

10 วิธี บอกลาหนี้ จงเริ่มต้นใหม่..จะไม่ลำบากตอนแก่

1.ต้องรู้ยอดรายได้ตัวเองและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด คนเป็นหนี้จะมาใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม…