Home ข้อคิดสอนใจ กฎ 12 ข้อเปลี่ยนชีวิต ยิ่งเข้าใจชีวิตก็ยิ่งดีขึ้น..เข้าใจครั้งเดียวนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

กฎ 12 ข้อเปลี่ยนชีวิต ยิ่งเข้าใจชีวิตก็ยิ่งดีขึ้น..เข้าใจครั้งเดียวนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

0 second read
0
0
73

กฎข้อที่ 1 ยืนให้ตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง

เมื่อร่ า ง ก า ย เศร้า คุณจะเศร้า เมื่อร่ า ง ก า ย สุข คุณจะสุข หากคุณไหล่ค้อมห่อ ก้มหัว ผู้คนจะโต้ตอบกับราวกับคุณกำลังแพ้ หากคุณยืดตัวตรงขึ้น

ผู้คนจะมองคุณต่างไปเช่นกัน เรื่องนี้ชัดเจนแล้วในทางวิทย า ศาสตร์ คุณใช้จิตใจกำหนดร่ า ง ก า ย และร่ า ง ก า ย กำหนดจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ คนเราทำได้ทั้งสองทาง

กฎข้อที่ 2 ดูแลตัวเองให้ดี เหมือนเวลาที่ดูแลคนอื่น

ในฐานะมนุษย์ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่รู้ถึงความผิด ความขลาด ความอ่อนแอที่เป็นความลับของตัวเอง หลายครั้งนั่นทำให้คนเราเลือกจะละเลยตัวเอง คิดว่าตัวเอง “ไม่คู่ควร”

แต่ถ้าการที่มนุษย์ปกป้องดูแลคนอื่นที่อ่อนแอหรือถูกรังแก หมายถึงทั้งการให้อภัยและเต็มใจช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่ล้มลง แม้เขาจะมีความผิดบาปในตัวและไม่ได้สมบูรณ์แบบ คุณก็มีหน้าที่ทางศีลธรรมที่จะต้องดูแลตัวคุณอย่ างดีที่สุดเช่นกัน

กฎข้อที่ 3 คบหาคนที่อย า กให้คุณได้ดี

คนเราถ้าไม่เชื่ออย่ างเต็มเปี่ยมว่าตัวเองสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า เราจะไม่ยอมไปค้นหาคนดีๆ ที่จะเข็นตัวเองให้ดีขึ้น หลายครั้งกลับจมปลักกับคนที่พร้อมจะจมปลักเช่นกัน

แต่ถ้าคุณเชื่อในตัวเองอยู่บ้ า ง และหากคนที่คบหาอยู่ไม่พาชีวิตไปไหน ลองถามตัวเองให้ดีว่า ถ้าคุณมีเพื่อนสักคนที่คุณไม่ได้คิดจะแนะนำให้พี่สาว น้องสาว พ่อแม่ของคุณรู้จัก คุณยังจะควรคบกับคนคนนั้นอยู่ไหม

กฎข้อที่ 4 เปรียบเทียบตัวคุณกับคุณในอดีต ไม่ใช่คนอื่นในวันนี้

ไม่ว่าคุณจะทำบางอย่ างได้เก่งแค่ไหน หรือจัดอันดับความสำเร็จตัวเองไว้อย่ างไร โลกนี้ยังมีคนที่ทำให้คุณรู้สึกด้อยได้อยู่ดี พึงระวังนิสัยชอบเปรียบเทียบให้จงดี ยิ่งเมื่อคุณโตเป็นผู้ใหญ่

คุณมีปัญหาเฉพาะของคุณเอง ไม่ว่าจะเรื่องเงิน จิตใจ ความสัมพันธ์ ฯลฯ ปัญหาพวกนี้ฝังตัวอยู่ในบริบทและรายละเอียดเฉพาะของชีวิตคุณ คุณไม่จำเป็นต้องจัดสรรเวลาในชีวิตตามแบบใคร คุณไม่จำต้องตัดสินใจว่าจะไขว่คว้าหรือปล่อยวางอะไรเหมือนคนอื่นๆ

กฎข้อที่ 5 อย่ าให้ลูกของคุณทำสิ่งใดที่จะทำให้คุณไม่ชอบพวกเขา

เด็กชนิดที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องถอนหายใจและพ่อแม่อับอายตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องปกติ การปล่อยปละเรื่องวินัย ไปจนเรื่องการกิน การนอน ให้กลายเป็นสนามรบประจำวัน

หลายครั้งลุกลามไปสู่ปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาสะสมพวกนั้นบั่ น ท อ น ความ “ชอบ” ในตัวพวกเขาโดยที่คุณก็อาจไม่รู้ตัว การปล่อยปละไม่ถือภาระของการฝึกวินัยของพ่อแม่ ทำร้ า ย ทั้งตัวเด็กและครอบครัวอย่ างมีนัยสำคัญ ต่อไปอย่ างย า วนาน

กฎข้อที่ 6 ดูแลบ้ า นของคุณให้เรียบร้อยก่อนที่จะวิจารณ์โลก

ก่อนที่จะก่นด่าโลก ลองถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่คุณขุ่นเคืองอยู่ จริงๆ แล้วคือปัญหาของโลกหรือปัญหาส่วนตัวที่คุณไม่อย า กจัดการแก้ไข เพราะคนที่ดึงชีวิตตัวเองขึ้นมาได้และพบความสุข

แม้ชีวิตเหมือนโดนสาปแช่ง จะไม่ด่าโลก แต่จะเริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า ตัวเขาเองมีส่วนต่อหายนะในชีวิตของตัวเองหรือเปล่า แล้วมีทางไหนที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้บ้ า ง แล้วค่อยๆ แก้ไปทีละเล็ก ทีละน้อย

กฎข้อที่ 7 ทำสิ่งที่มีความหมาย (ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายทันใจ)

เมื่อทำสิ่งต่างๆ โดยเน้นง่ายเข้าว่า เรามักใช้มุมมองแบบคับแคบ เห็นแก่ตัว และหลอกลวง (กระทั่งหลอกตัวเอง) ไปวันๆ การทำสิ่งที่ง่ายๆ ลวกๆ จึงมักหมายถึงจิตใจที่เปล่าเปลี่ยว

แตกแยกอยู่ภายใน การทำสิ่งที่มีความหมายนั้นไม่ง่าย แต่นำมาซึ่งความสุขสงบใจอย่ างจีรังยั่งยืน เพราะมันมักหมายถึงการทำตัวเองให้สมบูรณ์ขึ้น ทั้งตอนนี้ พรุ่งนี้ และในอนาคต เพื่อตัวคุณ เพื่อครอบครัว นั่นช่วยสร้างจิตใจที่มั่นคงเป็นหนึ่งเดียว

กฎข้อที่ 8 พูดความจริง หรืออย่ างน้อยก็ไม่โ ก ห ก

การโ ก ห ก นั้น อยู่บนพื้นฐานของการหลีกหนี หากคุณไม่ต้องการเปิดเผยตัวเองให้คนอื่นเห็น คุณย่อมไม่สามารถเผยตัวตนต่อตัวเองเช่นกัน มันคือการเก็บกดรูปแบบหนึ่

ง อันนำมาซึ่งความทุกข์ การปั้นแต่งเรื่องหลอกจนเป็นนิสัย ต่อให้มันไม่ทำร้ า ย ใคร คุณจะเก็บกดศักยภาพดีๆ อีกมากมายที่การพูดความจริงจะบังคับให้มันเผยตัวออกมา และคุณได้โตขึ้นไปอีกขั้น การพูดความจริงจำเป็นมากต่อการก่อเกิดวุฒิภาวะ

กฎข้อที่ 9 สงสัยไว้ก่อนว่าคนที่คุณกำลังฟังอาจรู้บางสิ่งที่คุณไม่รู้

คนที่คุณคิดว่าโ ง่ ที่สุดก็ยังสอนอะไรบางอย่ างกับคุณได้ ดังนั้นถ้าคุณจะฟังใครสักคนแล้ว ให้ฟังจริงๆ ไม่ใช่ฟังเพื่อด่วนจะตัดสิน โน้มน้าว ครอบงำ หรือมองเป็นเรื่องขำ

เพราะมันอาจทำให้ทั้งคุณและเขาพลาดสิ่งสำคัญที่อาจค้นพบด้วยกัน ยิ่งถ้าคุณเป็นที่ปรึกษาของใคร แค่การปล่อยให้เขาพูดสิ่งที่ต้องพูดออกมา ก็จะช่วยให้เขาค้นพบระบบระเบียบในจิตใจตัวเองมากขึ้นแล้ว

กฎข้อที่ 10 พูดอะไรให้ชัดเจน

มีความรู้สึกอะไรบ้ า งที่คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่า หากไม่พูดออกไปให้เจาะจงชัดเจนแล้วมันกำลังจะทำ ล า ย ทุกอย่ าง คุณรู้ดีว่าแค่ซื้ อ เวลา จะเลี่ยงไปทำไม เมื่อต่อให้เลี่ยงไปมันก็ทำ ล า ย อนาคตอยู่ดี

บางครั้งในชีวิตคู่ หรือความสัมพันธ์โดยเฉพาะที่ลึกซึ้ง การมีป า ก เ สี ยงอาจจำเป็นต่อการแก้ปัญหา ความชัดเจนอาศัยความกล้าและความพร้อมที่จะเผชิญความเ จ็ บ ป ว ด แต่มันจะช่วยเยียวย า อนาคต

กฎข้อที่ 11 อย่ าไปยุ่งเวลาที่เด็กๆ กำลังเล่นสเกตบอร์ด

คุณป้องกันภัย หรือกีดกั้นสัญชาตญาณความกล้าหาญของคนที่คุณรักเกินไปหรือไม่ ไม่ว่าจะขี้กลัวแค่ไหน ทำไมลึกๆ แล้วคนเราถึงโหยหาการผจญภัย และอย า กเป็นคนกล้า

ก็เพราะการเ สี่ ย ง นิดๆ (แต่ก็ปลอดภัยพอ) เป็นประสบการณ์สำคัญที่นำมาซึ่งความมั่นใจ และการได้เผชิญกับความโกลาหลบ้ า งช่วยให้เราได้พัฒนา มากกว่าจะเป็นเหมือนตัวสล็อตที่ลากตัวเองไปมา ไม่พัฒนา ไม่น่าสนใจ

กฎข้อที่ 12 หยุดเพื่อลูบแมวที่พบเจอตามถนนบ้ า ง

สุนัขอาจจะอย า กเล่นกับคุณตลอดเวลา แต่แมวคือตัวแทนของธรรมชาติของแท้ คือสัจธรรมของชีวิต มันควบคุมไม่ได้ คาดเดาไม่ได้ มันฝึกไม่ได้ อย า กเล่นกับเราบ้ า ง

ไม่อย า กเล่นกับเราบ้ า ง มันมีปฏิสัมพันธ์กับเราด้วยเหตุผลประหลาดๆ ของมัน นั่นทำให้เวลาที่แมวยอมทิ้งตัวลงให้คุณลูบ หรือเล่น มันจึงเป็นนาทีอุ่นๆ ที่มีค่านัก มันเตือนเราว่า ถ้าชีวิตสวยงาม หรือเป็นมิตรตลอดเวลา มันจะน่าสนุกตรงไหนกันล่ะ

 

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

7 นิสัยแย่ๆ ในที่ทำงาน หลายคนทำ..แต่ไม่รู้ตัว

1. สร้างภาพ พอหัวหน้าอยู่ ก็ทำเป็นขยันขันแข็ง ทำงานหนัก รีบพรีเซนต์ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง ต…