Home ข้อคิดสอนใจ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำต่อลูกน้อง ในที่ทำงาน

5 สิ่งที่ไม่ควรทำต่อลูกน้อง ในที่ทำงาน

9 second read
0
0
104

การเป็นหัวหน้างานที่ดี ได้นั้น จำเป็นที่ต้องเข้าใจบทบาทของการนำลูกน้องเพื่อเป้าหมายไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างไป คนละทิศคนละทางแบบนั้นคงยาก

ที่จะประสบความสำเร็จตามที่องค์กรคาดหวังไว้ดังนั้น เมื่อเราถูกแต่งตั้งให้ขึ้นมานำทีมแล้วไซร้การเข้าใจบทบาทย่อมมีความสำคัญโดยเฉพาะ คำว่า ภาวะผู้นำ ที่ผู้นำทุกคน

ควรตระหนักในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบมากกว่า อำนาจที่ได้รับในแต่ละวัน ซึ่งหากพูดถึง ภาวะผู้นำ ในมุมมองของผู้นั้น ผมเชื่อว่าคนที่มีภาวะผู้นำสิ่งแรกที่เขาจะ

ใช้ก่อน คือ เรื่องของใจหรือพูดแบบง่าย ๆ คือ อยากได้อะไรจากใคร เขาจะพร้อมให้คนอื่นแบบนั้นก่อนเสมอ เช่น อยากได้รอยยิ้มจากคนรอบข้าง คนที่มีภาวะผู้นำเขาจะ

ไม่รอให้คนอื่นมายิ้มก่อน แต่พร้อมจะยิ้มให้คนอื่นก่อนเสมอ หรือ อยากได้การเคารพให้เกียรติจากคนรอบข้างคนที่มีภาวะผู้นำเขาจะพร้อมให้ความเคารพต่อผู้อื่น ให้เกียรติ

ผู้อื่นในการทำงานร่วมกันอยู่เสมอดังนั้น คนที่มีภาวะผู้นำ ต้องพร้อมที่จะนำคนอื่น มีความคิดในเชิงบวกอยู่เสมอ มองโลกตามความเป็นจริงไม่ยึดติด พร้อมเปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ

รอบตัวในการทำงานให้ดีขึ้นเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้ตามได้เห็นและนำไปปรับใช้เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า รู้จัก ก ร ะ ตุ้ น จูงใจ ให้กำลังใจได้ในวันที่ผู้ตามท้อถอย และกล้าที่จะแนะนำ

สอนในสิ่งที่ดี เพื่อ ก ร ะ ตุ้ น ความคิดให้ผู้ตามมีแนวทางในการพัฒนาตนเอง และพัฒนางานให้ดีขึ้นในทุก ๆ วันนั่นคือ สิ่งที่ผมเชื่อว่า ผู้นำที่ดีควรต้องปฏิบัติ แต่เชื่อไหมครับ

จากประสบการณ์ที่ผมทำงานด้านบุคคลและปัจจุบันผันตัวเอง มาเป็น วิ ท ย า ก ร แก้ไขปัญหาให้องค์กรต่าง ๆ ผมพบว่า ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ลาออมักเกิดจากหัวหน้างานเพราะ

หัวหน้างานบางคน ไม่เข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้นำที่มีภาวะผู้นำ และมักใช้อำนาจใช้คำพูด ใช้ กิ ริ ย า ท่าทางที่ไม่ดี จนทำให้ลูกน้องขาดความเคารพจนสุดท้ายทนไม่ไหว

ก็ลาออกไปซึ่งบทความนี้ผมขอนำเสนอ 5 พฤติกรรมที่ผู้นำไม่ควรทำต่อลูกน้องในทุก ๆ วัน มีอะไรบ้างตามมา อ่ า น กันครับ

1.ขาดการเคารพ ให้เกียรติลูกน้อง

เพราะการสวมบทบาท ของหัวหน้างาน คือ การใส่หัวโขน ซึ่งหัวโขนที่ใส่อยู่นั้น ก็ไม่ควรทะนงตนว่า เราคือ หัวหน้างานมีอำนาจในการสั่งงาน ชี้นิ้วกับลูกน้อง เพราะการ

เอาแต่ชี้นิ้ว แต่ไม่เคยสอน ไม่เคยคุย ไม่เคยถาม ลูกน้อง จะทำให้การทำงานตรึง เ ค รี ย ด มากกว่าทำงานด้วยความสนุกสนานวันนี้ลองทำแบบใหม่นั่นคือเจอหน้าลูกน้อง

ก็เริ่มด้วยการทักทายพูดคุย ถ า ม ส า ร ทุ ก ข์ สุ ก ดิ บ กันบ้างก่อนเริ่มทำงานสร้างความพร้อมก่อน เริ่มงานด้วยการพูดคุยเน้นย้ำเป้าหมายในสิ่งที่ทำ หากเจอปัญหาก็

หันหน้ามาคุยกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกันมากกว่าปล่อยปัญหาสะสมจนยากจะแก้ไขหรือ หากเรามีลูกน้องที่อายุมากกว่า ก็ลองให้เกียรติลูกน้องคนนั้น ด้วยการยกมือไหว้สวัสดี

เปิดการทักทายต่อลูกน้องก่อนดีกว่าทำตัวนิ่ง ๆ หน้าบึ้ง ๆ เพราะการครองใจผู้อื่นได้นั้น เราต้องเริ่มต้นจากการให้ใจคนอื่นก่อนจำไว้ว่า เราเปลี่ยนแปลงคนอื่นไม่ได้

แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเราเองได้ครับ

2. ตำหนิผลงาน ที่ผิดพลาดต่อหน้าลูกน้องคนอื่น

การเป็นหัวหน้างาน ที่ดีได้นั้น ต้องคำนึงเรื่องการพูดอยู่เสมอเพราะก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดไปแล้วคำพูดจะเป็นนายเราย่อมยากที่จะหวนคืนกลับมา ดังนั้น

จงคิดก่อนพูดทุกครั้งและอย่าใช้คำพูดที่ทำให้ลูกน้อง เสียหาย เสียหน้า เสียใจ และเสียความรู้สึกโดยเฉพาะการตำหนิผลงานที่ผิดพลาดต่อหน้าลูกน้องคนอื่น เป็นสิ่ง

ที่หัวหน้างานที่ดีจะไม่ทำกัน ซึ่งหากต้องการตำหนิควรเรียกมาพบเป็นการส่วนตัวย่อมดีกว่า ยกเว้นกรณีที่ผลงานของลูกน้องคนนั้นทำได้ดี ก็ควรชื่นชมต่อหน้าลูกน้องคนอื่น ๆ

เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

3. ปิดกั้น ความคิดเห็นของลูกน้อง

การทำงานส่วนที่สำคัญ มาก ๆ คือ ทักษะการฟัง ฟังให้เข้าใจ และแยกแยะข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณาตัดสินใจ มากกว่าฟังเสียงตัวเองเพียงข้างเดียวเพราะ การทำงานคนที่

รู้ดีที่สุด คือ คนที่อยู่หน้างาน หากเรากล้าเปิดใจถามลูกน้องและฟังเสียงลูกน้องด้วยความเป็นธรรม จริงใจเราจะได้ข้อมูลที่หลากหลายทั้งนี้ ลูกน้องคงไม่มีอำนาจตัดสินใจ

แทนหัวหน้างาน แต่การได้ข้อมูลที่มาก ๆย่อมดีกว่าที่ไม่มีข้อมูลใด ๆ เลยจริงไหมครับ !!อีกอย่าง หากเราปิดกั้นความคิดของลูกน้องมากเท่าไหร่ ถึงเวลาเมื่อเราเปิดใจฟังลูกน้อง

มากขึ้นก็อาจสายเกินแก้ เพราะลูกน้องอาจไม่กล้าพูด หรือไม่อยู่พูดแล้วก็ได้ครับ

4. สื่ อ ส า ร ไม่ชัดเจน ในการมอบหมายงาน

การมอบหมายงาน มี 2 แบบ คือ แบบปากเปล่า และลายลักษณ์อักษรทั้งนี้ การมอบหมายงานโดยเฉพาะ วาจา ทุกครั้งเวลามอบหมายงานต้องพูดให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากกว่า

พูดห้วน ๆ สั้น ๆ เช่น พรุ่งนี้นำงานมาส่งพี่ตอนเช้าบนโต๊ะทำงานนะจะสังเกตว่า ตัวอย่างที่ให้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่เพราะคำว่า “เช้า”ตีความหมายได้หลายเวลา ซึ่งหากเราไม่ได้

ทวนคำพูดนั้นกลับจากลูกน้องย่อมอาจเกิดการคลาดเคลื่อนในเรื่องเวลาไม่มากก็น้อยนะครับ กลับกัน หากเราพูดว่า พรุ่งนี้นำงานมาส่งพี่ตอนเช้า เวลา 9.00 น.บนโต๊ะทำงานนะ

และก่อนให้ลูกน้องไปทำงาน ก็ทวนคำสั่งนั้นอีกครั้งจากกลูกน้องเพื่อให้การ สื่ อ ส า ร ตรงกันทั้ง ผู้ ส่ ง ส า ร คือ หัวหน้า และ ผู้ รั บ ส า ร คือ ลูกน้องย่อมมีโอกาสทำให้งาน

เดินไปได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุดหัวทิ่มจนงานหลุดเกิดความผิดพลาดครับทั้งนี้ หากลูกน้องนำงานมาส่งก่อนเวลา ก็ควรชมบ้างเพื่อเป็นกำลังใจแต่หากยังไม่ถึงเวลานัดหมาย

ก็ไม่ควรไปเร่งจี้เอางานนั้นนะครับยกเว้นอาจเดินไปไถ่ถาม ด้วยคำพูดเชิง การให้คำปรึกษาเช่น งานเป็นอย่างไรบ้าง ติดขัดตรงไหนให้พี่ช่วยไหม เพื่อทำให้ลูกน้องเกิดขวัญ

กำลังใจที่ดีในการเป็นห่วงจากหัวหน้างาน ลองดูนะครับ

5.ทำหน้าท้อกับงาน ต่อหน้าลูกน้อง

บางครั้งคนเราย่อมมีอาการ ท้อถอยกับงานได้ ซึ่งไม่ผิดหรอกครับ เป็นเรื่องปกติแต่การท้อต่อหน้าลูกน้อง ก็ไม่ควรทำเช่นเดียวกัน เพราะหากวันนี้หัวหน้ายังไม่เชื่อในงานนั้น ๆ

ที่ทำลูกน้องก็ย่อมไม่เชื่อมั่นในตัวหัวหน้างานเช่นเดียวกันดังนั้น การเป็นอย่างที่ดีกับลูกน้องทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวคือสิ่งที่หัวหน้างานที่ดีต้องคำนึงอยู่เสมอทั้งนี้

ทุกครั้งที่เจอปัญหาในการทำงาน จงอย่าเลือกคิดแก้ไขปัญหาเพียงลำพังแต่ควรใช้หลักคิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยให้ลูกน้องช่วยกันเสนอความคิดเห็นในการประชุมงาน

อาจเป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันมากกว่าที่หัวหน้างานเอาแต่ เ ค รี ย ด อยู่คนเดียว เชื่อผมเถอะ !!การทำงานที่ดีนั้น ต้องช่วยกันโดยหัวหน้างานต้องสร้างคำว่า

ร่วมใจ ร่วมคิด และร่วมทำ

ร่วมใจ = การสร้างความ ไ ว้ เ นื้ อ เ ชื่ อ ใ จ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง

ร่วมคิด = ช่วยกันคิดในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ร่วมทำ = ช่วยกันสร้างผลลัพธ์ของงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน

ทั้ง 5 ข้อ คือ สิ่งที่ผู้นำไม่ควรทำ ต่อ ลูกน้อง ในการปกครอง บริหารทีมลองสำรวจตนเองนะครับว่า ทุกวันนี้เรามี 5 ข้อที่ผมกล่าวถึงหรือไม่หากมีก็ควรปรับปรุงแก้ไข

คิดถึงเสมอว่า ใจเขาใจเราเราอยากได้อย่างไรต่อผู้อื่น ก็ควรทำแบบนั้นก่อนเสมอครับ จำไว้ว่า เราเลือกผู้นำเราไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นผู้นำที่ดี และเป็นผู้นำที่ภาวะผู้นำได้ครับ

ขอขอบคุณ d r f i s h.t r a i n i n g

Load More Related Articles
Load More By jingjai
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

วิธีบริหารเงิน ให้มีกินมีใช้ “ไม่เป็นหนี้”

การออมที่ดี คือ การออมอย่างมีความสุข ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากแต่การใช้เงินอย่างไร ให้…