Home ข้อคิดสอนใจ วิธีเอาตัวรอด แบบมนุษย์เงินเดือน

วิธีเอาตัวรอด แบบมนุษย์เงินเดือน

4 second read
0
0
212

1. การวางแผนชีวิต

อีกสเตปที่ขยับขึ้น เปลี่ยนจากวัยเรียนเป็นวัยทำงาน แน่นอนว่ามันต้องมีหลายอย่างทำให้เราโตขึ้นตาม จะมาสนุกไปวัน ๆ อย่างเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว เพราะอย่างน้อยในตอนนี้

“คุณเป็นคนหาเงินเอง” ควรมีสมุดโน้ตประจำตัวสักเล่มเพื่อจดคิวงาน และวางแผนรายรับ-รายจ่าย ชีวิตจะได้มีระเบียบขึ้น จัดการอะไรได้ง่ายขึ้นหน่อย ต่อให้คุณเป็นคน

ไม่ชอบจดก็จำเป็นต้องทำเพื่อตัวเองจริง ๆ นะ

2. ติดดินให้มากกว่าติดหรู

สังคมที่ทำงานก็เป็นสังคมอีกแบบที่ใกล้เคียงกับสังคมมหา’ลัย มีบ้างที่จะต้อง “เข้าสังคม” เพื่อพูดคุยกับคนอื่นให้รู้เรื่องมากขึ้น แต่ที่ต่างกันก็คือ การเข้าสังคมในวัยทำงาน

ค่อนข้างจะจริงจัง เพราะถือกันว่าไหน ๆ ก็มีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว มันก็ต้องมีอะไรบ้างที่ขยับฐานะตัวเองแต่ก็ใช่ว่าเราจะเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่เรารู้ตัวเองดีว่ารายรับ

รายจ่ายส่วนตัวเป็นอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคมให้มาก เอาเพียงแค่หอมปากหอมคอ นึกภาพรวมเอาไว้ว่า “ยิ่งเก็บเงินเร็ว ยิ่งสบาย” กินใช้แบบพอตัวไปก่อน

งดเว้นอะไรที่มันจะเป็นการต้องจ่ายเงินก้อนไปโดยใช่เหตุ

3. มองเห็นภาระการเงินเป็นหลัก

มนุษย์เงินเดือนหลายคนที่ประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ ส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะมีหนี้สินเดิมอยู่ (เช่น หนี้ กยศ. ภาระทางบ้าน) แล้วไปสร้างหนี้ใหม่มาอีกก้อน (เช่น ค่าบัตรเครดิต, ค่าผ่อนรถ,

ค่าผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า) ถ้าไม่อยากประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง ติดนิสัยการกู้ยืมไปทั่ว ควรคิดไว้เสมอว่า “ตราบใดที่หนี้สินยังไม่หมด อย่าเพิ่งกินใช้แบบสบายตัว” ควรมีวินัย

ในการเงินให้มาก อดทนในการรับผิดชอบเสียตั้งแต่เงินเดือนออกครั้งแรกเลยยิ่งดี ภาระจะได้หมดเร็วขึ้น ไม่มีอะไรตกค้าง มีเวลาไปใช้ต่อยอดการเงินต่อไปอีกได้สบายมาก

4. แต่ก็อย่า เ ค รี ย ด จนเกินไป

ชีวิตของการเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่ชีวิตที่ผูกติดกับการหักเงินเดือนไปจ่ายหนี้สินแต่เพียงอย่างเดียว หลังจากแบ่งส่วนหนึ่งของเงินเดือนไว้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายเดือนและ

หนี้สินต่าง ๆ ก็ควรให้รางวัลชีวิตแต่ละเดือนให้กับตัวเองบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนคลาย สร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง เอาแค่เรื่องง่าย ๆ อย่างไปดูหนัง, ทานบุฟเฟต์, ซื้ อ หนังสือ ก็ได้

ไม่ต้องเป็นเงินก้อนใหญ่มาก เอาแค่พอให้รู้สึกมีความสุขมาหน่อยก็พอแล้ว

5. อะไรที่ไม่จำเป็น-มีผลเสียมากกว่าผลดี เลิกได้ก็ควรเลิก

เ ห ล้ า บุ ห รี่ เครื่องดื่มชูกำลัง อ า ห า ร ขยะ พ ย า ย า ม ลด ละ เลิกให้ได้ จริงอยู่ที่คุณมีเงินเดือนแล้วจะกินจะ ซื้ อ ของพวกนี้ก็ไม่กระเทือนอะไรมาก แต่เชื่อเถอะว่าในวัย 30 ปีขึ้นไป

สุ ข ภ า พ คุณจะยิ่งลำบากกว่าเดิมแน่หากคุณยังติดกับของพวกนี้อยู่ (ยิ่งเป็นพนักงานออฟฟิศที่ไม่ได้ขยับไปไหน ทำงานหนัก ยิ่ง เ สี่ ย ง ) คุณคงไม่อยากเห็นสภาพตัวเอง

ที่ทำงานมาแทบ ต า ย เพื่อจ่ายค่ารักษาเป็นหมื่นเป็นแสนแต่เพียงอย่างเดียวหรอกนะ ?

6. อย่าเพิ่งลาออก ถ้ายังไม่พัฒนาตัวเองให้มากพอ

อย่าหวั่นไหวไปกับกระแสสโลว์ไลฟ์ เป็นนายตัวเองดีกว่าเป็นลูกน้องคนอื่น, รู้สึกไม่พอใจนิสัยของบางคนในที่ทำงาน, ไม่พอใจในสิ่งแวดล้อมที่ทำงาน หรืออะไรก็ตาม

ที่เป็นปัจจัยภายนอกเข้ามารบกวนให้รู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันไม่โอเค บางครั้งก็ต้องทบทวนตัวเองด้วยว่า “ทำทุกอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?” สังคมการทำงานเป็นธรรมดา

ที่จะต้องเจอเรื่องกดดัน แข่งขัน จะให้มีแต่สิ่งดี ได้เลื่อนตำแหน่งใน 1-2 ปีก็คงเร็วไป ลองอดทนดูสักตั้ง พ ย า ย า ม ให้ถึงที่สุดเสียก่อน ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่โอเคจริง ๆ

คุณจะได้ไม่รู้สึกเสียดายที่ได้ลาออกเลยสักนิด

7. อย่าติด comfort zone ให้มาก

อยากเลื่อนตำแหน่ง อยากมีเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น มันก็ต้องมีการแข่งขันกันสักหน่อย อยากลาออกไปที่แห่งใหม่ คุณก็ต้องแน่ใจว่าคุณเต็มที่กับที่เดิมมากพอแล้ว และที่แห่งใหม่

มีอะไรหลายอย่างที่พอจะการันตีได้ว่าอนาคตคุณก้าวหน้าแน่นอนไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ตาม คุณต้อง “อัพเกรด” ตัวเองอย่างเต็มที่แล้วจริง ๆ และมีความชาญฉลาดมากพอ

ที่จะมองอะไรได้

รอบด้านมาก ๆ จริงอยู่ที่การ เ สี่ ย ง ทำให้เกิดการเติบโต แต่ถ้า เ สี่ ย ง อย่างไร้ต้นทุน มันก็มีโอกาสสูงที่คุณจะ
บ า ด เ จ็ บ หนักเช่นกัน

8. เห็นความสำคัญของคนในครอบครัวให้มาก

สุดท้ายแล้ว กำลังใจก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากครอบครัว คนที่เรารัก การทำงานอาจจะพรากเวลาให้คุณมีเวลาส่วนตัวน้อยลง แต่มันก็คงไม่มากจนถึงขนาดคุณไม่ติดต่อ

อะไรกับพวกเขาเลย ถึงจะคุยน้อยลงหน่อย แต่ก็อย่าทำให้พวกเขารู้สึกถึงความห่างเหิน ลดความสำคัญลง มีโอกาสเมื่อไหร่ขอให้เทคแคร์กันให้เต็มที่ เพราะยิ่งเวลาผ่านไป

เรายิ่งไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ในเมื่อชีวิตมันอยู่กับความไม่แน่นอนตลอดเวลา

ไม่จำเป็นต้องแข่งกับคนอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนคนอื่นชีวิตเรา รู้ตัวเร็ว เริ่มต้นสิ่งดี ๆ เร็วเมื่อไหร่ โอกาสที่จะสบายยิ่งสูงขึ้นจัดการในแต่ละสัดส่วนของชีวิตให้เป็น

แล้วคุณจะเห็นความสุขที่ไม่ไกล

ขอขอบคุณ jeeb.me

Load More Related Articles
Load More By jingjai
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

วิธีบริหารเงิน ให้มีกินมีใช้ “ไม่เป็นหนี้”

การออมที่ดี คือ การออมอย่างมีความสุข ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากแต่การใช้เงินอย่างไร ให้…