Home ข้อคิดสอนใจ 9 วิธีคิดแบบคนรวยและคนจน “จงนำไปสอนตนเอง”

9 วิธีคิดแบบคนรวยและคนจน “จงนำไปสอนตนเอง”

5 second read
0
0
66

ทำอย่างไรเราถึงจะ “รวย” คำถามนี้คงเป็นคำถามของใครหลายๆคนที่อย ากประสบความสำเร็จในชีวิต

สิ่งที่เราขอแนะนำเพื่อปรับตัวตอนรับความรวยที่กำลังจะเข้ามาคือ

“ความคิด” บางครั้ง “ความรวย=มั่งมี” กับ “ความจน=ไม่มี” แตกต่างกันเพียงแค่ความคิด

ความคิดเป็นตัวกำหนดการกระทำ โดยการกระทำก็จะสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์

ถ้าเราคิดในแบบที่คนรวยคิดกันเราก็มีโอกาสที่ ชีวิตดีและมีฐานะดีขึ้น

แต่ถ้าวันๆเราคิดไม่ดี คิดในแง่ลบ แล้วเราจะไปหาความรวยได้จากที่ไหน

วันนี้เราจึงอย ากเสนอข้อคิดดีๆ เพื่อนำไปปรับใช้

ในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังกันทุกคน

ทำไมถึง “จน” เพราะคุณยังมีความคิดแบบคนจนที่ยังไม่พัฒนา

เราได้รวบรวมความคิดและทัศนคติของคนจน แล้วนำมาเปรียบเทียบระหว่าง

คนจน กับ คนรวย ว่าคิดต่างออกไปอย่างไร

1.คิดลบทุกเรื่อง

ความคิดแง่ลบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดการดำเนินชีวิตให้ตกต่ำลง

เพียงแค่แวบแรกที่คุณคิดลบ มันจะปิดกั้นการกระทำที่จะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของคุณในทันที

เพราะคุณก็จะหาวิธีการทำแต่อะไรที่แ ย่ๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ แตกต่างกับคนรวย

ที่ความคิดส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะความคิดบวก

ยกตัวอย่างเช่น คำพูด “ไม่ได้ กับ ได้” คนที่คิดลบ ที่พูดว่า ไม่ได้

เหมือนเป็นการปิดกันทางความคิดและการกระทำของเราให้หยุดอยู่ตรงนั้น

แต่ถ้าเราคิดว่า ได้ จะเป็นการเปิดรับความคิด การเรียนรู้ เพื่อที่จะพัฒนาตนเองไปอีกขั้นหนึ่ง

ถึงแม้สิ่งที่เราทำจะไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยเราได้ลองทำ ลองเรียนรู้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์นั่นเอง

2.ไม่คว้าโอกาส

“คนรวยมองหา โอกาสคนจนมองหา อุปสรรค” คำพูดนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนได้ดีถึง

การโฟกัสทางความคิดที่แตกต่างกันทำให้บางครั้งเราพลาดสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตไปอย่างน่าเสีย

บางครั้งโอกาสที่ผ่านเข้ามาอาจจะไม่กลับมาให้อีกเป็นครั้งที่สอง

เหตุผลที่เราไม่คว้าโอกาสนั้นไว้มีเพียงแค่เหตุผลเดียวคือ

คือ “อุปสรรค” ที่ทำให้เรากลัวไม้กล้าที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้

ถ้าเราเปลี่ยนความคิดให้เหมือนอย่างคนรวยที่มักจะไม่ปล่อยโอกาสที่เข้ามาถึงให้หลุดมือ

ถึงแม้คนรวยเหล่านี้จะต้องเผชิญปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆมากมาย

แต่พวกเขามองอุปสรรคต่างๆเป็นเรื่องเล็กแล้วส่วนใหญ่อุปสรรคเหล่านั้นก็สามารถผ่านพ้นไปได้

3.มีรายได้เพียงช่องทางเดียว

คนจนมักจะมีรายได้จากงานประจำเพียงช่องทางเดียว

อาจจะไม่เพียงพอที่จะสามารถทำให้คุณมั่งคั่งร่ำรวยได้ แตกต่างกับคนรวย

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่แล้วรายได้ไม่ได้มาจากการทำงานเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

คนรวยส่วนใหญ่จะกระจายรายได้ในหลากหลายธุรกิจ

4.คิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะพย าย ามค้นคว้าหาความรู้เปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา

ไม่ปิดกั้นโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่และยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น

การวางตัวในลักษณะนี้จึงทำให้เกิดการพัฒนาเปิดรับมุมมองใหม่ๆตลอดเวลา

แตกต่างกับคนจน ที่มักคิดว่าตนเองเก่งแล้ว ฉลาดแล้ว อีโก้ไม่ยอมฟังผู้อื่น

ความคิดลักษณะนี้จะเป็นการสั่ง ส ม อ ง ไม่ให้รับฟังความคิดเห็น

ไม่เรียนรู้เพิ่มเติม สุดท้ายจะทำให้เราไม่พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอดีตเป็นอย่างไรปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่

5.ไม่มีวินัย

วินัยในที่นี้ หมายถึง วินัยในการทำงานและวินัยทางการเงินวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญของคนที่ต้องการรวย

หรือต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เราจึงฝึกวินัยให้ติดตัวเราไปตลอด

วินัยจะช่วยให้เรามีระเบียบในการดำเนินชีวิตไม่ออกนอกลู่นอกทาง

และเป็นการสร้างโอกาสที่จะประสบความสำเร็จให้มีมากยิ่งขึ้นด้วย

การฝึกให้ตัวเองมีวินัยในช่วงแรกอาจจะเป็นอะไรที่อึดอัด

แต่เมื่อทำไปทุกวันแล้วจะติดตัวเราไปเอง เราจะสังเกตได้ว่า คนจน

ทำไมถึงไม่รวยซักที เพราะไม่มีวินัยทางการเงิน ไม่รู้จักเก็บออม ใช้จ่ายเกินตัว

ใช้เงิน ผ่ อ น ยื ม เงินอนาคตมาใช้กับสินค้าฟุ่มเฟือย

ซึ่งไม่ก่อเกิดรายได้มาจุนเจือ ด อ ก เ บี้ ย ที่ต้องเสียไปในแต่ละวัน

สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการขาดวินัยทั้งสิ้นถ้าเป็นแบบนี้ทำอย่างไรก็ไม่รวยซักที

ดังนั้นจึงต้องมองกลับมาทำไมคนรวยถึงรวยแล้วรวยขึ้นไปอีก

เพราะคนเหล่านี้ มีแผนในการบริหารเงินที่ดี

ทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปมีเหตุผลเสมอ และที่น่าสังเกตบุคคลเหล่านี้มักจับจ่ายใช้สอยในสิ่งที่จำเป็น

ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่อวดรวย ทำตัวเรียบเงียบในสังคม คำตอบก็คือคนเหล่านี้มี วินัยทางการเงิน วินัยด้านการทำงาน

6.อิจฉาผู้ที่ได้ดีกว่าตนเอง

ผู้ที่อิจฉาผู้อื่นที่ได้ดีกว่ามักจะพลาดโอกาสดีๆที่จะได้เรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ

สุดท้ายคนจนก็จะคบค้าสมาคมกับคนระดับเดียวกัน จนเหมือนกัน

เพราะเราอิจฉาคนที่รวยกว่าเรา จึงต้องอยู่แบบจนๆต่อไป แต่กลับกัน

คนรวยมักจะค้าสามาคมกับรวย และมักจะแลกเปลี่ยนมุมมอง

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โลกจะดูกว้างขึ้นและมีโอกาสดีๆเข้ามาเสมอๆ

7.คิดได้แต่ไม่ลงมือทำ

ความแตกต่างของคนเราอยู่ที่เราจะเริ่มลงมือทำเมื่อไร คนจนมักจะคิดเล็กคิดน้อย

จะเริ่มก็ไม่เริ่มเพราะแต่คิดถึงอุปสรรค ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เริ่มไม่ลงมือทำ

แต่คนที่จะประสบความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่ไม่คิดคนรวยก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค

เผชิญกับความ เ สี่ ย ง เช่นกัน แล้วอะไรคือทำให้คนรวยกล้าที่จะลงทุ นกล้าที่จะลงมือทำ

นั้นก็คือ “การลดความ เ สี่ ย ง” ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงค่อยเริ่มที่จะทำมันให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

8.คิดเล็กไม่คิดใหญ่

คนจนมักจะคิดอะไรเล็กๆ แค่จะคิดให้ใหญ่ยังไม่กล้าคิด

ขนาดของความสำเร็จถูกกำหนดจากขนาดของความเชื่อ ถ้าคิดอะไรเล็กๆก็จะได้แต่อะไรเล็กๆ

เพราะ ส ม อ ง คุณถูกสั่งให้คิดที่จะได้เพียงแค่นั้น ถ้าคุณคิดใหญ่มันจะดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามา

จึงทำให้บุคคลผู้ที่จะประสบความสำเร็จ มักจะมีความเชื่อ

และมีความมั่นใจที่จะอะไรใหญ่ๆ และเชื่อว่าต้องประสบความสำเร็จ

และได้เตรียมแผนไว้สำหรับอนาคตว่าธุรกิจสามารถ

โตได้ขนาดไหนสามารถต่อยอดสิ่งที่กำลังทำได้มากน้อยเพียงใด

9.ทำงานเพื่อเงินไม่ได้ให้เงินทำงาน

(วลีนี้ฮิตของผู้ที่ใฝ่หาความสำเร็จ) ข้อแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน

คือ “การเก็บออมแล้วนำเงินนั้นไปสร้างรายได้” คนจนมักแต่คร่ำเคร่งที่จะทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ

แต่สุดท้ายไม่มีเงินเก็บออมเพื่อสร้างรายได้กินดอกผลต่อไป (ทำงานเพื่อเงิน)

แต่คนรวยคิดตรงกันข้ามกับคนจน เงินที่หามาได้ต้องรู้จักบริหารเก็บบางส่วนออม

และส่วนที่เหลือเอาไว้สำหรับใช่จ่ายตามปกติ สิ่งที่ได้คือ

เงินก้อนที่เติบโตจากการเก็บออมเอาไว้ลงทุ นกินดอกผลต่อไป

ไม่ว่าจะลงทุ นใน สินทรัพย์มีค่า หุ้น ที่ดิน ทำธุรกิจ เป็นต้น (ให้เงินทำงาน)

คนเริ่มออมก่อมักจะได้เปรียบกว่าคนที่ออมช้าหลายเท่าจากประโยชน์

ของอัตรา ด อ ก เ บี้ ย ทบต้น ซึ่งเป็นเคล็ดลับด้านการลงทุ นอย่างหนึ่ง

ที่มา : t e r r a b k k

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

5 สิ่งที่ไม่ควรทำ ในยุคที่เงินทองหายาก (เรื่องนี้สำคัญมาก)

ในสภาวะแบบนี้ ทุกคนต่างก็พบเจอกับปัญหาเศรษฐกิจและการเงิน มีรายได้ลดลง หรืออาจถูกเลิกจ้าง ด…