Home ข้อคิดสอนใจ 8 สิ่งที่ต้องทำ..ถ้าคุณออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้าง

8 สิ่งที่ต้องทำ..ถ้าคุณออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้าง

0 second read
0
0
1,367

ด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนคงจะหวั่นกับ ค ว า ม เ สี่ ย ง ที่จะตกงาน

หรือถูกเลิกจ้างเป็นอย่างมาก หรือแม้แต่บางคนที่ตัดสินใจลาออกจากเอง

เพราะรู้สึกไม่มีความสุขกับการทำงาน แต่ก็ต้องมานั่งกลุ้มใจทีหลัง

กับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สินที่แบกไว้ วันนี้เราจะมาบอกสิ่งที่ต้องทำ

หลังจากออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้าง ว่าควรทำทำอย่างไรต่อไป

1. ตรวจสอบสภาพการเงินของคุณ

เมื่ออยู่ในสถานะว่างงาน การตรวจสอบสภาพการเงินของคุณในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องคำนวณถึงรายจ่ายและภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายทุกเดือน และมองหารายได้ที่ยังเหลืออยู่ว่าเพียงพอหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัว

และรับมือกับสถานการณ์การเงินของคุณได้ถูกต้อง รายจ่ายไหนที่ไม่จำเป็น ก็ให้เอาออกไป เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ให้สมดุลกับการเงินปัจจุบัน

2. ติดต่อประกันสังคม

หากคุณว่างงาน สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ การจัดการเรื่องประกันสังคมให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะว่างงาน จากการลาออกเองหรือถูกไล่ออก ต้องรีบไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อ รั ก ษ า สิ ท ธิ และประโยชน์ที่เราพึงจะได้รับ

3. เคลียร์เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สำหรับเรื่องเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากคุณเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณก็จะได้ประโยชน์จากเงินสะสม โดยสามารถรับเป็นเงินก้อนได้เวลาออกจากงานก็จะมีเงินก้อนไว้สำรองเลี้ยงชีพ แต่หากคุณยังไม่ได้จำเป็นที่จะใช้เงินก้อนนี้ ก็อาจจะคงเงินไว้ในระบบก่อน เพื่อรอโ อ นย้ายไปยังกองทุนของบริษัทใหม่ในอนาคต

แต่หากคุณออกจากกองทุนโดยที่ยังไม่เกษียณอายุ คุณอาจจะเสี ยผลประโยชน์จากเงินสมทบที่จะได้รับไม่เต็มจำนวนดังนั้นควรศึกษาเงื่อนไขต่างๆอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เสี ยเปรียบผลประโยชน์ที่คุณควรจะได้รับ

4. เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน

หลังจากตรวจสอบการเงินของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณจะทราบถึงทิศทางการเงินของคุณ ระหว่างรายได้กับรายจ่าย แน่นอนว่ารายได้ของคุณลดลงดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินอย่างเร่งด่วน ต้องลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยออกไปให้หมด และจ่ายให้น้อยลงสำหรับสิ่งที่จำเป็น

ในส่วนของค่าใช้จ่าย หรือภาระหนี้สินที่คุณต้องจ่ายนั้น ให้เลือกลดเป็นอันดับสุดท้ายเพราะมันจะมีผลกระทบต่อเครดิตและความน่าเชื่อถือของคุณ เป็นการเรียงลำดับความสำคัญในการเลือกที่จะใช้จ่ายนั่นเอง

5. มองหางานใหม่

หลายคนเมื่อว่างงาน ก็มักจะรีบเร่งหางานใหม่ทันที โดยที่ไม่ได้มองถึงความชอบของงานจริงๆ กลายเป็นว่าทำได้ไม่นาน ก็ต้องลาออกมาหางานใหม่อีกเหมือนเดิมแน่นอนว่าการหางานที่ชอบ

ทำแล้วมีความสุข กับเพื่อนร่วมงานและสภาพแวดล้อมที่ทำงานดีๆ รวมถึงผลตอบแทนที่น่าพอใจนั้น ห า ย า ก ยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร

การจะทำงานและอยู่กับมันให้ได้นานๆก็ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ เนื้องหาของงาน รายได้ และผู้ร่วมงาน หากใครมีความพอใจต่อสิ่งเหล่านี้ได้ 2 ใน 3 อย่าง

ก็จะสามารถทำงานนั้นได้อย่าง ย า ว น า น และไม่ต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆดังนั้นเราควรที่จะมองหาสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเองและสามารถอยู่กับมันได้นานๆ โดยที่ไม่ต้องกลับมาตกอยู่ในสถานะว่างงานอีก

6. เก็บ รั ก ษ า เงินก้อน

หากว่างงาน และได้เงินก้อน อย่าเพิ่งรีบร้อนใช้เงินเงินก้อนนี้ หรือแม้แต่จะนำไปปลดหนี้ เพื่อหวังลดภาระหนี้สินวิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับเงินก้อนนี้อย่างชาญฉลาด คือการนำเงินก้อนนี้มาแบ่งสรรปันส่วน จัดสรรเงินเพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

และการจ่ายคืนหนี้ได้ตามกำหนด ไว้ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าบ้ าน ค่างวดรถ ค่าบั ต ร เ ค ร ดิ ต และอื่นๆคุณควรที่จะกันเงินสำรองนี้ รวมถึงเงินส่วนอื่นๆ ที่จะทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไปอีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถอยู่ได้อย่างปกติ จนกว่าจะหางานใหม่ทำได้

7. ทำงานฟรีแลนซ์

หลายคนมีความฝันที่ อ ย า ก จะทำงานอิสระ ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องรับคำสั่งจากใคร หรือคอยรองรับอารมณ์ใคร แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นได้อย่างที่หวัง

ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคง และความแน่นอนของรายได้ จึงทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะออกมาใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการดังนั้น เวลาว่างงาน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เราได้ลองทำในสิ่งที่ อ ย า ก จะทำ

และยังเป็นการหารายได้ให้ตัวเองโดยอาจจะเริ่มจากรับงานฟรีแลนซ์เล็กๆที่สามารถทำคนเดียวได้ และเมื่อพบลู่ทางจะได้สามารถนำมาเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้หลักให้กับเรา โดยที่ไม่ต้องกลับไปเป็นพนังงานเงินเดือนอีกต่อไป

8. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานะคนว่างงาน ก็ใช่ว่าเราจะต้องปล่อยเวลาทิ้งไปให้เปล่าประโยชน์ หรือตระเวนหาแต่งานใหม่ จนลืมไปว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างในการที่จะเริ่มต้นการทำงานใหม่

คือ ศักยภาพที่สูงขึ้นของเราเองเราควรมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาต่างประเทศ หรือทักษะการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานในทุกสายงานปัจจุบันไปแล้วนอกจากนี้การพัฒนาศักยภาพตัวเองในด้านวิชาชีพตามความต้องการในสายงานที่จะทำ

ก็จำเป็นและมีผลต่อการพิจารณารับเราเข้าทำงานเป็นอย่างมาก เราจึงไม่ควรปล่อยช่วงเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช้เวลาที่ว่างงานนี้แหละ มองหาโอกาสพัฒนาตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมกับการทำงานในอนาคต

ที่มา : คุ ณ ม น ต รี ศ รี ว ง ษ์

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 เทคนิคปฏิเสธ ถ้ามีคนมายืมเงิน แบบที่คนฉลาดชอบทำ

1.แสดงออกชัดเจนว่าไม่ให้ยืมเงิน วิธีรับมือเพื่อนยืมเงิน วิธีแรกบอกให้ชัดเจนไปเลย ว่าไม่ให้…