Home ข้อคิดสอนใจ วิธีรับมือง่ายๆ..เมื่อเจอลูกน้อง เก่งกว่าหัวหน้า

วิธีรับมือง่ายๆ..เมื่อเจอลูกน้อง เก่งกว่าหัวหน้า

6 second read
0
0
3,535

ใครที่รู้จักผลงาน วรรณกรร ม อันเลื่องชื่อจากแดนมังกรอย่าง “สามก๊ก”

คงพอจะได้ยินกิตติศัพท์ ความฉลาดล้ำลึกจากตัวละครอย่าง “ขงเบ้ง”

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า เหตุใดคนเก่งสติปัญญา

เฉียบแหลมเช่นขงเบ้งนี้ถึงยอมทำงานให้กับเล่าปี่…

ซึ่งเป็นผู้นำในแบบ ที่ก้าวสู่ความสำเร็จได้ก็เพราะคนที่อยู่แวดล้อมรอบกายเป็นหลักในโลก

การทำงานจริงนั้น บ่อยครั้งที่เจ้านายหรือหัวหน้าอาจไม่ได้เฉียบแหลม

กว่าลูกน้องเสมอไป คล้ายคลึงกับเรื่องราวของเล่าปี่กับขงเบ้ง

หรือแม้แต่แม่ทัพที่เกรียงไกรย่อมต้องมีทหารเอกเก่ง ๆ คู่ใจ

ย ามรบกับใครก็มักได้รับชัยชนะอยู่เสมอ เปรียบเหมือนการมีคนเก่ง ๆ

หรือลูกน้องฝีมือดี อยู่ในองค์กร พวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญ

ช่วยส่งเสริมการทำงาน ให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ย าก

ก้าวสู่เส้นชัยได้ตามความมุ่งหวังตั้งใจแทนที่เจ้านาย

หรือหัวหน้าจะรู้สึกนอยด์หรือกลัวเสียหน้าเมื่อมีลูกน้อง ที่ทำงานเก่งกว่า

ให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ พลิกสถานการณ์ให้เป็นความท้าทาย แม้ความเชื่อเดิม ๆ

หรือภาพจำส่วนใหญ่ อาจทำให้เรารู้สึกว่าคนเก่ง

โดยมากมักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ทำให้ควบคุมบริหารจัดการได้ย าก สำหรับเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลจนเกินไปนัก

เพราะบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายล้วนมีกุศโลบาย

รับมือจัดการกับลูกน้องเก่ง ๆ ได้ พอจะหยิบยกมาเป็นแนวทาง

ให้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสม

1. ใช้คนเก่งให้เป็นประโยชน์

เมื่อมีคนเก่ง อยู่ในทีม จงใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พย าย ามดึง

ความสามารถต่าง ๆ ของพวกเขาออกมาใช้ ค้นหาว่าพวกเขามีจุดเด่นในเรื่องใด

อะไรเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แล้วท้าทายพวกเขาด้วย

การมอบหมายงานที่จะสามารถนำคนเก่งเหล่านี้ไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตได้

2. เรียนรู้จากคนเก่ง

เปลี่ยนการแ ย่ งซีน การแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน

หัวใจสำคัญของการบริหาร คือการจัดการคนและกำหนดทิศทางในการทำงานให้ทีม

ไม่ใช่การแข่งขันประลอง ความรู้กับลูกน้อง คนเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ต้องเอาชนะใจไม่ใช่เอาชนะงาน

ดังนั้น ถ้าลูกน้องเก่งกว่า ก็เรียนรู้จากเขา ถามคำถาม และบางครั้งอาจลงมือทำเองบ้าง

เพื่อจะได้มีโอกาส สัมผัสกับหน้างานจริง ๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียฟอร์ม เสียการปกครอง

ไม่แน่ว่าการใส่ใจ ถามไถ่เรื่องงานของหัวหน้า ถ้ามาถูกทาง อาจเกิดผลพลอยได้

ในเรื่องการสร้างความยอมรับ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันอีกทางหนึ่งด้วย

3. ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องถาม

คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่างฉันใด หัวหน้าหรือเจ้านาย ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉันนั้น

อย่าติดกับดักความคิดที่ว่าหัวหน้า ต้องเก่งกว่าลูกน้อง เมื่อหัวหน้าถูกลูกน้องถามในเรื่องที่ไม่รู้

การพูดตรง ๆ ว่าไม่รู้ แม้ฟังดูง่าย แต่ก็ย ากมหาศาล

สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง

ไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอาย เมื่อมีเรื่องที่เราไม่รู้ แต่เป็นทักษะที่ผู้นำทั้งหลายต้องฝึกฝนให้เป็นนิสัย

เมื่อไม่รู้ให้ตอบตามตรง และขอความช่วยเหลือจากคนมี ความรู้ความสามารถ

อย่ามองว่าเป็นพฤติกรร ม นี้เป็นเรื่องของคนอ่อนแอ

กลับกันเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งอย่างที่สุด

เพราะกล้าหาญ ที่จะยอมรับความจริงในเรื่องที่ไม่รู้

หรือทำไม่ได้ หัวหน้าที่ทำเช่นนี้ได้ถือว่าน่าชื่นชมสุด ๆ

4. รู้กว้าง สร้างวิสัยทัศน์

บางครั้งหัวหน้า อาจไม่มีความรู้และความชำนาญในงานระดับปฏิบัติ

การอย่างลึกซึ้งเท่าลูกน้อง เพราะไม่ได้อยู่หน้างานอย่างใกล้ชิดทุกวัน

แต่หัวหน้าก็จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ลูกน้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ย าวไกล

การวางกลยุทธ์อย่างแยบค าย การตัดสินใจอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ

อย่างราบรื่น หรือแม้แต่การแก้ปัญหาอย่างเฉียบคม ความรู้แบบกว้าง ๆ นี่แหละ

ที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าของหัวหน้า และเรียกความศรัทธาจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี

5. ให้เครดิต เสริมสร้างกำลังใจ

ให้กำลังใจคนทำงานเก่ง ๆ ด้วยการถ่ายทอด เรื่องราวความสำเร็จในการทำงาน

ของพวกเขาให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ฟัง

ชื่นชมคนเก่งว่าเป็นคนสำคัญของทีมและขององค์กรโดยรวม

ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดี ทั้งนั้น เมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวเรา

6. ดัน “ดารา”

เปิดโอกาส ให้ลูกน้องเก่ง ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

เมื่อเห็นโอกาสที่ดี และเหมาะสม ก็ไม่ควรเก็บเขาไว้ที่เดิมจนไม่ได้มีโอกาสเติบโต

ส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสรับผิดชอบ งานใหม่ ๆ ที่ท้าทาย

และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งได้เติบโตในสายงานขึ้นเป็นลำดับ

7. กำจัดความกลัว สร้างความมั่นใจ

คนทั่ว ๆ ไปย่อมมีความกลัว ในเรื่องต่าง ๆ เป็นธรรมดา ทั้งกลัวไม่เป็นที่รัก

กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เข้าพวก ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจ

และไม่เป็นตัวของตัวเอง วิธีการรับมือกับความกลัวไม่ใช่เรื่องย าก

เพียงยอมรับความกลัวด้วยความมั่นใจ แล้วเดินหน้าต่อไป

ให้เตือนตนเองเสมอ ว่าการจ้างและพัฒนาคนที่มีความสามารถเป็นสิ่งที่เจ้านาย

และหัวหน้าที่ดีควรทำ เพื่อผลดีของทีมและเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

ลูกน้องเก่ง ทำให้ประสิทธิภาพ ของทีมดีขึ้นมาก และเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

ถึงตรงนี้ถ้าอย ากมองหาคนเก่งมาร่วมทำงานด้วย ก็มีตัวช่วยที่ work สุด ๆ

ให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเฟ้นหาผู้สมัครงานที่มีศักยภาพได้อย่างง่ายแสนง่าย

อย ากให้องค์กรพัฒนาก้าวหน้า ต้องหาคนที่ใช่มาร่วมทีม ไม่ต้องกลัวลูกน้องเก่งกว่า

เพราะยิ่งเก่งก็ยิ่งดีที่สุด แล้วผลดีย่อมตกอยู่กับองค์กรของเรานั่นเอง

ที่มา : t h.j o b s d b

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำไมเงินเดือนขึ้น แต่ก็ยังไม่มีเก็บเหมือนเดิม (ข้อคิดเรื่องเงิน)

หลายคนเลือกที่จะไปทำงานในเมืองกรุง ด้วยเพราะค่าจ้างที่ได้มากกว่าถึง 2-3 เท่า แต่กลับไม่เป็…