Home ข้อคิดสอนใจ วิธีปลดหนี้แบบแบ่งเงิน 3 ส่วน ชีวิตจะไม่เครียดเพราะหนี้

วิธีปลดหนี้แบบแบ่งเงิน 3 ส่วน ชีวิตจะไม่เครียดเพราะหนี้

10 second read
0
0
123

วิธีปลดหนี้ที่ถูกต้อง คือการแบ่งเงินไว้ 3 ส่วน เพื่อให้ชีวิตมีสมดุล

การปลดหนี้ที่ถูกต้องคือเราไม่ควรนำเงินที่หามาได้ไปใช้หนี้ทั้งหมดจนไม่เหลือให้ตัวเอง

ได้มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประวันและในอนาคต ซึ่งมันอาจทำให้เราต้องไปหยิบยืมจากที่อื่นมาเพิ่ม

จนเป็นหนี้ซ้ำซ้อน จ่ายเท่าไรก็ไม่หมดสักที ดังนั้น วิธีปลดหนี้ที่ดีเราจึงควรแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 ใช้หนี้

ส่วนที่ 2 ใช้ในชีวิตประจำวัน

ส่วนที่ 3 เก็บไว้ใช้ในอนาคต

การที่เราแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ก็เพื่อจัดสมดุลให้กับชีวิตของตัวเอง

อย่ามัวใช้หนี้จนไม่มีเก็บ และอย่าเก็บจนไม่ยอมใช้หนี้ เพราะดอกเบี้ยนั้นเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

และถ้าในอนาคตมีอะไร ฉุ ก เ ฉิ น หรืออยาก ล ง ทุ น ธุรกิจเล็ก ๆ

เพื่อหาเงินมาปลดหนี้ จะได้ไม่ต้องไปกู้ให้เป็นหนี้เพิ่มไงล่ะครับ

ที่นี้มาดูกันต่อว่าจะปลดหนี้อย่างไรให้หนี้หมดไวมากที่สุด และไม่เป็นหนี้เพิ่ม!

ขั้นตอนการปลดหนี้

ขั้นตอนปลดหนี้ คือสำรวจหนี้ทั้งหมดก่อน

1. สำรวจหนี้สินทั้งหมด

วิธีปลดหนี้ขั้นตอนแรกคือการสำรวจหนี้สินทั้งหมดว่ามีเท่าไร แล้วลิสต์ออกมาให้ครบ

พร้อมระบุด้วยว่าชำระต่อเดือนกี่บาท ดอกเบี้ยต่อปีกี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระยะเวลาผ่อนชำระที่เหลือ

ซึ่งจะช่วยให้เราวางแผนว่าควรปิดหนี้ตัวไหนก่อน แล้วตัวไหนขอไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ได้บ้าง

2. จัดลำดับการปิดหนี้สิน

วิธีปลดหนี้ขั้นตอนนี้สำคัญมาก การปลดหนี้ต้องมีการจัดลำดับ

ว่าจะปิดหนี้อะไรก่อน-หลัง โดยเราจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

-หนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ระยะเวลาผ่อนชำระสั้น ควรจ่ายก่อน! ได้แก่ บั ต ร เ ค ร ดิ ต และสินเชื่อส่วนบุคคล

ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20-28% ต่อปี ใครที่เบี้ยวหนี้บอกเลยว่าโดนเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน

เพราะฉะนั้น รีบปิดหนี้ก้อนนี้เร็วเท่าไรยิ่งดี

-หนี้ที่ดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาผ่อนชำระยาว ได้แก่ สินเชื่อบ้านและรถ

โดยปกติอัตราเฉลี่ยของดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 6-9% ดูสิ..ต่างกันลิบลับเลย

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมควรจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ๆ ก่อน

และที่แน่ ๆ คือบ้านกับรถเป็นหลักประกันค้ำหนี้ให้เราอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราเบี้ยวไม่จ่าย

เจ้าหนี้ก็มายึดแล้วเอาไปขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินคืนได้

แต่ บั ต ร เ ค ร ดิ ต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกันเลย หากเราเบี้ยวหนี้

เขาก็แค่ตามล่าแล้วฟ้องเอาทรัพย์สินอย่างอื่นไปขายมาใช้หนี้แทน

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง การคิดดอกเบี้ยสูง ๆ

จึงเป็นวิธีกันความเสี่ยงจากการไม่ได้เงินคืน นี่แหละที่ทำให้เรามีหนี้ท่วมหัว

เพราะฉะนั้น หากมีหนี้ บั ต ร เ ค ร ดิ ต และสินเชื่อส่วนบุคคลด้วย

ให้เลือกผ่อนบ้านและรถต่อเดือนน้อย ๆ

แต่ยืดระยะเวลาออกไปนาน ๆ จะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า

ที่มา : s h o r t r e c a p

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

6 สิ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน “ลำบากตอนแก่”

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครคิดเพราะต้องดีลกับปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องค…