Home ข้อคิดสอนใจ จะทำอย่างไร เป็นหนี้แล้วเครียดทุกวัน

จะทำอย่างไร เป็นหนี้แล้วเครียดทุกวัน

9 second read
0
0
683

คำแนะนำนี้อาจใช้ได้สำหรับหลายคน แต่มีอีกหลายคนไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่

ถ้ามุ่งประเด็นที่ “ใจ” ของเรา อยู่อย่างใจสงบ อิสระจากการถูกมัดจากเรื่องภายนอก

คิดว่าทุกอย่างที่เป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้น ควรปฏิบัติดังนี้

1. การเป็นหนี้ในแง่ดีคือว่าคุณยังเป็นคนที่มีเครดิตอยู่ อย่างไรก็ตาม

ถ้าขอใครแล้วเขาไม่ให้ยืมก็กลับมาทบทวนบอกตัวเองว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

อย่าไปหวังใครจะมาช่วยเรา ถ้าเรายังไม่เริ่มต้นคิดช่วยเหลือตนเอง

2. ฝึกตนเองมุ่งมั่นในการทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดเรื่องการเป็นหนี้อยู่ใน ส ม อ ง ให้มากนัก

มีความรับผิดชอบต่อชีวิตและหนี้สิน เมื่อนั้นจะรู้สึกมีความสุขมาก

และจะภูมิใจที่เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบที่ดี ให้ชมตัวเองบ่อยๆได้

3. เผื่อใจสำหรับการใช้หนี้ไม่ได้ อาจต้องยอมขายหรือเสียอะไรบางอย่างบ้าง

เพื่อให้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ อย่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบยึดติดกับวัตถุมากเกินไป

เงินทองของนอกกายไม่ ต า ย ก็หาใหม่ได้ อย่าไปปักใจอยู่กับคุณค่าของวัตถุมากเกินไป

เพราะคุณค่าที่เกิดขึ้นเกิดจากใจของเราต่างหากที่ไปสร้างเงื่อนไขทางความคิดตัวเอง

4. ผู้ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ขายชดใช้หนี้ อย่าลืม “ทรัพย์สินทางปัญญา”

ต้องพยายามหาออกมาใช้ให้มากที่สุดเชื่อว่าไม่มีทรัพย์ใดจะมีค่ามากไปกว่าปัญญาของเราเอง

5. คิดหาทางเลือกอื่นๆ ไว้เมื่อหนี้มีปัญหา อย่า คิ ด สั้ น ๆ

อย่าลืมว่าปัญหามักจะมีทางออกสำหรับผู้ที่ฝึกคิดเสมอ

6. มองว่าการมีหนี้ก็เพื่อการฝึกควบคุมตนเองและฝึกการบริหารจัดการเรื่องเงินเรื่องทองให้ได้

ถ้าทำได้ ฝ่า ฟั น ได้จะเป็นผู้มีประสบการณ์แกร่งขึ้น

7. บอกตัวเองเสมอว่าคนที่ เ ค รี ย ด ควรเป็นเจ้าหนี้ อย่ามองเพียงแค่ว่าเจ้าหนี้มีความสุข

จากการได้ดอกเบี้ยเงินกู้อย่างเดียว มีเจ้าหนี้จำนวนมากก็ขาดทุนไปไม่น้อย

ซึ่งควรจะช่วยกันทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย อย่าเอาเปรียบกันดีที่สุด

8. มองโลกในแง่ดีให้มาก คิดว่าการที่ติดหนี้สิน เพื่อการพัฒนา

พิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการเงิน แต่ก็ห้ามคิดว่าพัฒนามากเกินไปจนกลายเป็นฟุ้งเฟ้อ

ไม่รู้จักพอ ที่ แ ย่ คือคิดเอาเงินในอนาคตมาใช้ โดยไม่รู้จักบริหารจัดการให้ดี อย่างนี้ก็เป็นหนี้หัวโต

9. อย่าเป็นคนรักษาหน้ามาก บางคนมองการเป็นหนี้คนอื่น เป็นการบอกว่าเราด้อย ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สมบัติ

ทนไม่ได้ที่ต้องเป็นหนี้ ก็เลยไม่กล้า ล ง ทุ น ทำอะไร หรือยอมไปหาเงินมาจากที่อื่นๆ

ที่ไม่เหมาะสมแทน เช่น เล่นการ พ นั น เสี่ยงโชค ยอมขายตัวขายศักดิ์ศรี

แลกเงิน แ ย่ กว่าการเป็นหนี้สถาบันการเงินเสียอีก

10. ถ้าโดนเจ้าหนี้ทวงอยู่เรื่อยๆ ใช้วิชาการเจรจาต่อรอง แสดงความจริงใจว่าจะผ่อนส่งให้

ถ้าเขาอยากได้มากกว่าที่เราสามารถให้ได้ ก็ตอบไปตรงๆ ว่าไม่สามารถทำได้ในเวลานั้น

(แต่จะพยายามหามาให้) เพราะเขาเองก็กลัวจะไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้น หาข้อตกลงรอมชอมดีที่สุด

อย่า เ ค รี ย ด ไปก่อนเพราะกลัวว่าจะทนต่อการถูกทวงไม่ไหว อย่าลืมว่าเจ้าหนี้บางรายเป็นพวกจู้จี้จุกจิก

ย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งควรเห็นใจเขา เพราะเงินของใคร ก็หวงห่วงเป็นธรรมดา

11. คนที่ค่อนข้าง เ ค รี ย ด คิดมากเรื่องการเป็นหนี้ ให้สำรวจตนเองว่าเป็นคนวิตกกังวลเกินไปหรือไม่

ส่งผลต่อชีวิตอย่างไร เช่น ทำให้ขยันขึ้น ทำให้หมดเรี่ยวแรงในการต่อสู้กับปัญหากันไหม

ถ้าเป็นประเด็นหลังอาจต้องรับการบำบัดรักษาทางด้าน สุ ข ภ า พ จิตจะดีกว่า

หากปล่อยไว้ ชีวิตจะค่อยๆ หมดพลังในการดำเนินชีวิตในที่สุด

“ผมคิดว่าไม่จำเป็นอย่ามีหนี้ดีที่สุด หากต้องมีขอให้มีหนี้สิน

เพื่อเป็นทรัพย์สินที่มั่นคงในอนาคตมากกว่าหนี้สูญ

เช่น หนี้จากการฟุ่มเฟือยใช้จ่ายในสิ่งที่ไร้ ส า ร ะ หาความสุขที่มากเกินพอดี

การเล่นการ พ นั น ติ ด ยา เ ส พ ติด เป็นต้น ดูๆ ไปก็น่าเหนื่อยใจไม่น้อย

ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังมีหนี้อยู่ด้วย ว่าความพยายาม

อดทน อยู่ที่ไหนหนี้ทางใจก็จะไม่อยู่ที่นั่นอีกต่อไป”

แต่ถ้าไม่สามารถจัดการได้ คุณอาจจะ ” ป่ ว ย ” เพราะหนี้ได้เช่นกัน

ที่มา : M a t i c h o n O n l i n e

Load More Related Articles
Load More By adminjing
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

ทำงานไม่ตรงสาย มีข้อดีกว่าที่คิด (ข้อคิดเตือนใจ)

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอว่าถ้าได้ตั้งใจเรียนสอบติดคณะที่ใช่ ยิ่งมีโอก…